วันที่ ๒ เมษายน ของทุกปีเป็นวันสำคัญของปวงชนชาวไทยที่ทุกคนทราบกันดีว่าเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีและเป็นวันที่คนเป็นพ่อ แม่น่าจะพ่วงความจำในวันเดียวกันนี้เข้าไปด้วยว่า วันที่ ๒ เมษายนของทุกปี เป็น วันหนังสือเด็กแห่งชาติ ซึ่งปีนี้นับเป็นปีที่๓ที่เรามีวันหนังสือเด็กแห่งชาติเป็นของเราเองเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีและเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงเป็นผู้ส่งเสริมการอ่านและทรงประพันธ์วรรณกรรมสำหรับเด็กมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์
ที่สำคัญต้องการตอกย้ำให้มีการส่งเสริมการอ่านสำหรับเด็ก เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาสังคมไทย ให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ เมื่อมีวันดีๆสำหรับเด็กขึ้นมา เราๆคนเป็นพ่อแม่ที่ต้องการส่งเสริมให้ลูกหลานรักการอ่านก็อย่าปล่อยให้วันดังกล่าวผ่านเลยไปโดยไม่ได้มีส่วนต่อการกระตุ้นการอ่านของลูกเลยค่ะ
ที่ผ่านมาทั้ง ๓ ปีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดงานวันหนังสือเด็กแห่งชาติขึ้น
ภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์โดยจะจัดอยู่ในส่วนของห้องบอลรูมซึ่งมีเครือข่ายผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเด็กทั้งหลายมารวมตัวกัน และมีกิจกรรมดีๆสำหรับเด็กมากมาย ภายในปีนี้ก็เช่นเดียวกัน มีกิจกรรมที่เกิดขึ้น ณ เวทีกลางห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมสิริกิติ์
ทุกครั้งที่มีงานวันหนังสือเด็กแห่งชาติจะมีโปสเตอร์และคำขวัญเป็นประจำทุกปี
- ปีพ.ศ.2548 : อุ้มลูกนั่งตัก สื่อรักด้วยหนังสือ
ผู้วาดโปสเตอร์ประกอบคำขวัญคืออาจารย์ประหยัด พงษ์ดำ
- ปีพ.ศ.2549 : อ่านเมื่อไรก็ได้ อ่านที่ไหนก็ได้
ผู้วาดโปสเตอร์ประกอบคำขวัญคืออาจารย์เทพศิริ สุขโสภา
- ปีพ.ศ.2550 : หนังสือคือเพื่อน
ผู้วาดโปสเตอร์ประกอบคำขวัญคืออาจารย์ปรีดา ปัญญาจันทร์
ใครที่อยากได้โปสเตอร์สวยๆ จากศิลปินชั้นนำเหล่านี้ก็ไปรับได้ภายในห้องบอลรูม ส่วนคนที่ยังไม่ได้ไปร่วมงานสัปดาห์หนังสือฯ ในปีนี้ก็อย่าพลาดละกัน ยิ่งถ้าคนเป็น พ่อแม่ก็อย่าลืมจูงลูกหลานไปร่วมงานนี้ด้วย และสามารถไปร่วมกิจกรรมที่ห้องบอลรูมได้ตลอดเวลา เพราะมีกิจกรรมสำหรับเด็กมากมายที่น่าสนใจ
เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมาก็มีกิจกรรมดีๆ เกิดขึ้นตลอดทั้งวัน ดิฉันได้มีโอกาสไปร่วมงานเสวนาช่วงหนึ่ง มีท่าน ว.วชิรเมธี, แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต เป็นวิทยากร โดยมีคุณเรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป และดิฉันร่วมเป็นผู้ดำเนินรายการ สนทนากันในหัวข้อ อ่านหนังสือเล่มใน.......เลือกหนังสือเล่มนอก มีประเด็นที่น่าสนใจที่อยากนำมาฝากเพื่อผู้อ่าน
เริ่มที่ท่าน ว.วชิรเมธี ที่ท่านให้ความหมายของคำว่า อ่านหนังสือเล่มใน ต้องเริ่มจากตัวเราก่อน ท่าน ว.วชิรเมธี ยกตัวอย่างของตัวเองว่า เป็นคนอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก อ่านทุกอย่าง อ่านแทบทุกประเภท เมื่ออ่านมาก ก็มีความรู้มาก เมื่อมีความรู้มาก ก็จะรู้จักหนังสือเล่มในมาก
ท่าน ว.วชิรเมธี บอกกับคนเป็นพ่อแม่ว่า คนเป็นพ่อแม่ต้องหยิบยื่นหนังสือให้ลูกตั้งแต่เล็ก ให้ลูกได้รู้จักหนังสือ จะได้รักการอ่าน เด็กเล็กๆ ก็ให้ดูหนังสือภาพเยอะหน่อย โตขึ้นก็ให้เจาได้เลือกหนังสือที่เขาชอบ ที่สำคัญคนเป็นพ่อแม่ ต้องมีความรู้ด้วย
ในขณะที่แม่ชีศันสนีย์ก็พูดถึงประเด็นเดียวกันว่า หนังสือเล่มในเกิดจากข้างใน เกิดจากภายใน ต้องเริ่มจากข้างใน จากจิตใจก่อน เป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องเป็นผู้ริเริ่ม และเมื่อถึงเวลา เด็กๆ ก็จะเลือกหนังสือของเขาเอง
ทั้งสองท่านพูดตรงกันว่า เป็นเรื่องที่คนเป็นพ่อแม่ต้องหยิบยื่นหนังสือให้ลูกก่อน โดยพ่อแม่ต้องมีความรู้เรื่องพัฒนาการพอสมควร จะได้รู้ว่าเด็กแต่ละวัยเหมาะกับอะไร จะได้เลือกได้เหมาะสม
ส่วนเรื่องที่คนเป็นพ่อแม่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร จริงๆ แล้วก็สามารถเริ่มได้เลย ที่สำคัญคนเป็นพ่อแม่ ต้องเป็นแบบอย่างเป็นแม่แบบ ไม่ใช่อยากให้ลูกอ่านหนังสือ แต่คนเป็นพ่อแม่ไม่เคยอ่านหนังสือให้ลูกเห็น ลูกก็คงย้อนเอาว่าแล้วทำไมทีพ่อแม่ยังไม่อ่านเลย
ฉะนั้น ประเด็นที่จะให้ลูกอ่านหนังสือเล่มใน ต้องปลูกฝัง ส่งเสริมให้ลูกรักการอ่าน ให้เริ่มจากภายในก่อน เมื่อเด็กๆ เรียนรู้ในการอ่านภายใน ก็จะสามารถเลือกหนังสือภายนอกได้อย่างเหมาะสม และจะเป็นหนูน้อยรักการอ่านต่อไป
อกจากเรื่องนี้แล้ว ทั้งสองท่านได้ยกตัวอย่างเรื่องสื่อ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้เด็กเข้าใจในเรื่องราวที่ดูเหมือนยาก ทำให้ง่ายขึ้น น่าสนใจด้วยรูปแบบการนำเสนอ
เรื่องสื่อหรือเทคโนโลยีในการนำเสนอเป็นรูปแบบหนึ่งที่ท่านแม่ชี ศันสนีย์มักจะพูดถึงเสมอ เพราะการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในยุคปัจจุบันหันมาสนใจเรื่อง ธรรม ต้องทำให้เรื่อง ธรรม เป็นเรื่องใกล้ตัว และมีการนำเสนอในรูปแบบที่น่าสนใจจะได้ไม่น่าเบื่อ
ที่ผ่านมาที่เสถียรธรรมสถานให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก ล่าสุดได้ทำภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่น บทเพลงชมสวนทั้งภาคภาษาไทย และภาคภาษาอังกฤษ เผยแพร่ไปทั่วโลกด้วย ได้รับความสนใจอย่างมาก
ส่วนท่าน ว.วชิรเมธี ก็สอดคล้องตรงกัน ล่าสุดท่าน ว.วชิรเมธี ได้จัดทำภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่น เรื่องเกี่ยวกับ พระพุทธเจ้า โดยใช้ทีมงานสร้างการ์ตูนวอลท์ดิสนีย์มาสร้างเป็นการ์ตูนเวอร์ชั่นนี้ โดยมีตัวอย่างมาเปิดให้ชมภายในงานด้วย
ดิฉันเองก็อดทึ่งไม่ได้กับภาพยนตร์ตัวอย่างเรื่องพระพุทธเจ้า เพราะรูปแบบและการนำเสนอน่าสนใจทีเดียว น่าจะทำให้เด็กๆ ได้ดูการ์ตูนที่มีเนื้อหาที่ดี ในรูปแบบ 3D เรียกว่าถ้าภาพยนตร์เรื่องนี้เสร็จแล้ว สร้างความฮือฮาเป็นแน่แท้
การสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้จะช่วยให้เด็กสนใจ และเข้าใจเรื่องพระพุทธเจ้าได้ง่ายขึ้น ท่าน ว.วชิรเมธีกล่าว
บทสนทนาในวันนั้นจบลงด้วยความง่ายงาม พร้อมพับบทเพลงแห่งธรรมในบ้าน พระอรหันต์ในบ้าน พร้อมกับบรรยากาศสงบนึ่งหลับตาฟังเพลงธรรมประมาณหนึ่งนาที เป็นบทเพลงที่ไพเราะมาก
ได้เห็นการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ ธรรม ที่ผู้เป็นพระ และแม่ชีนำเสนอในวันนั้นแล้ว อดสะท้อนใจไม่ได้ว่า ท่านทั้งสองเองพยายามเหลือเกินที่จะให้เรื่อง ธรรม เป็นเรื่องใกล้ตัว เป็นเรื่องสัมผัสได้ เป็นเรื่องที่คนเป็นพ่อแม่ต้องให้ความสำคัญตั้งแต่ลูกยังเล็ก เรียกว่าใช้เครื่องมือสื่อประยุกต์ เข้ามาเป็นตัวช่วย ต้องมีกุศโลยาย ก้ด้วยหวังว่าคนเป็นพ่อแม่จะเห็นประโยชน์เหล่านี้ แล้วนำไปใช้กับลูกหลานและเยาวชนของเราต่อไปในอนาคต
แล้วถึงเวลาหรือยังที่ต้องเริ่มจากตัวเราคนเป็นพ่อแม่ในการหยิบยื่นหนังสือดี สื่อดี มีคุณธรรมให้แก่ลูกของเรา