คนไทยยังไม่รู้หนังสือ3 ล้านคน

?????? เมื่อวันที่ 8 ก.ย. นายวิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือและวันการศึกษานอกโรงเรียน ประจำปี พ.ศ.2550 ที่สวนอัมพร จัดโดยสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน(กศน.)

นายวิจิตรอ่านสารของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ที่เชิญชวนประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการรู้หนังสือ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยยึดหลักคุณธรรมนำความรู้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ประชาชนจำนวนหนึ่งยังขาดโอกาสทางการศึกษา และอยู่ในสภาพการเป็นผู้ไม่รู้หนังสือ ซึ่งรัฐบาลจะเร่งส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนกลุ่มนี้อย่างจริงจังมากขึ้น

?????? จากนั้นผู้แทนองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) อ่านสารของ นายโคอิชิโร มัทซูอุระ ผอ.ใหญ่องค์การยูเนสโก ความว่า แม้จะมีความพยายามรณรงค์ส่งเสริมมาตลอดยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ แต่การรู้หนังสือของปวงชนยังคงเป็นเป้าหมายที่เลือนราง เนื่องจากปีนี้เป็นระยะครึ่งทางของทศวรรษการรู้หนังสือแห่งสหประชาชาติ ระหว่างปี 2546-2555 จึงถือว่าเหมาะสมที่จะทบทวนความท้าทายในเรื่องนี้ร่วมกัน โดยขณะที่มีผู้ใหญ่ 774 ล้านคน ขาดทักษะการรู้หนังสือขั้นพื้นฐาน 1 ใน 5 ยังคงไม่รู้หนังสือ และ 2 ใน 3 เป็นสตรี และมีเด็ก 72.1 ล้านคน ไม่ได้เข้าโรงเรียน และอีกจำนวนมากต้องลาออกกลางคัน

????? ทางด้านนายสมบัติ สุวรรณพิทักษ์ ผอ.สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน กล่าวว่า ขณะนี้ มีคนไทยรู้หนังสือประมาณ 96% ไม่รู้หนังสือ 4-5% หรือประมาณ 3 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชนเฉพาะ เช่น ชาวเขา ชนกลุ่มน้อย รวมทั้งคนกลุ่มที่ไม่ได้เรียนหนังสือเพราะตกหล่น กับกลุ่มที่เรียนผ่านมาแล้วแต่ไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ นอกจากนี้ยังมีผู้ที่อ่านออกเขียนได้แล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้ใช้จึงลืมที่เรียนมา ทางแก้ปัญหาต้องนำการสอนและสนับสนุนการอ่านเข้าถึงชุมชนมากขึ้น อย่างไรก็ตามในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อ่านออกเขียนได้ ก็ยังน่าเป็นห่วงทักษะการอ่านเขียนที่ไม่มีความคล่องแคล่วถูกต้องเพียงพอ

???? เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ยูเนสโกได้ประกาศการเริ่มต้นทศวรรษแห่งการรู้หนังสือของสหประชาชาติ และได้วางเป้าหมายให้ประเทศสมาชิกเร่งจัดการศึกษาให้แก่ผู้ไม่รู้หนังสือให้ได้ร้อยละ 50 ภายในปี 2558

????? สถานการณ์การไม่รู้หนังสือของคนไทย ปัจจุบันมีคนไทยที่ไม่รู้หนังสือประมาณ 4 ล้านคน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกผู้สูงอายุที่ไม่รู้หนังสือและลืมการอ่านหนังสือมีประมาณ 3 ล้านคน กลุ่มที่ 2 เด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษามีประมาณ 1 ล้านคน

??? “ทั้งสองกลุ่มนี้กระจายตัวอยู่ในทุกภูมิภาคของประเทศ โดยในส่วนภาคเหนือ เช่น เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน เป็นต้น ภาคใต้ เช่น สตูล ยะลา ปัตตานี สงขลา เป็นต้น ภาคตะวันออก เช่น บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ เป็นต้น และในกรุงเทพฯ ยังมีบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเร่ร่อนที่ติดตามพ่อแม่มาทำงานในกรุงเทพฯ”

???? กศน.รับจะทำให้คนไทย รู้หนังสือ ให้รู้หนังสือ โดยหาวิธีให้คนเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ และพร้อมจะเรียนรู้ตลอดชีวิต นอกจากนี้ยังจะปรับวิธีการวัดผลและประเมินผลใหม่ แทนที่จะเทียบโอนผลการเรียนเฉพาะการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็จะมีการเทียบโอนทางด้านอาชีวศึกษา เพื่อนำไปสู่การมีงานทำด้วย”

ผู้ที่รู้หนังสือกับจำนวนการอ่านในประเทศเรา

???? สถิติจากสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย จำนวนหนังสือออกใหม่ในแต่ละปีของไทยยังน้อยมาก เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ในปี 2006 ประเทศไทยมีหนังสือออกใหม่ 11,201 ชื่อเรื่อง ขณะที่อังกฤษผลิตหนังสือออกมาปีละ 104,000 ปก เยอรมนี 78,000 ปก และญี่ปุ่น 65,000 ปก เป็นต้น หนังสือแต่ละเล่มของไทยมีจำนวนพิมพ์น้อยคือประมาณ 2,000-3,000 เล่มเท่านั้น ?และยืนอยู่ในระดับนี้มาเป็นเวลาหลายทศวรรษแล้ว แสดงให้เห็นว่าจำนวนผู้ที่อ่านหนังสือเป็นประจำและต่อเนื่อง มีอยู่เพียงไม่กี่พันคนเท่านั้น

????? ผลสำรวจพฤติกรรมการอ่านหนังสือของประชากรไทยปี 2005 โดย สำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า ประเภทหนังสือที่ประชาชนไทยให้ความสนใจอ่านมากเป็นอันดับหนึ่ง คิดเป็นร้อยละ 45.4 คือ นวนิยาย การ์ตูน และ หนังสืออ่านเล่น รองลงไปได้แก่ นิตยสาร คิดเป็นร้อยละ 34.4

???? ค่าใช้จ่ายในการซื้อหนังสือของคนไทยยังต่ำมากในปี 2006 คนไทยใช้เงินเพื่อซื้อหนังสือไปโดยเฉลี่ยทั้งปีคนละ 260 บาท หรือเท่ากับร้อยละ 0.18 ของรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี ซึ่งนับว่ายังน้อยมาก แสดงให้เห็นว่าคนไทยยังไม่ค่อยให้ความสำคัญ กับการลงทุนด้านความรู้เท่าใดนัก

ที่มา : นสพ.คมชัดลึก สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย thaiworld.org