10 ปี”นักเล่านิทาน” อาชีพของคนมีความสุข
ใครว่านิทานหลอกเด็ก นิทานไม่ได้หลอกเด็ก แต่นิทานคือจินตนาการมหัศจรรย์ที่พาเด็กๆ เข้าสู่โลกความจริงที่พวกเขายังไม่เคยได้เจอะเจอต่างหาก
แต่ในโลกความจริง ยังมี “คนรุ่นใหม่” ในนาม “กลุ่มนิทานแต้มฝัน” ตระเวนไปเล่านิทานให้เด็กๆ ฟังในที่ต่างๆ ทั้งใน กรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัด
กลุ่มนิทานแต้มฝัน เกิดจากการรวมตัวกันของนักศึกษาทั้งเก่าและใหม่ เอกวรรณกรรมสำหรับเด็ก คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ที่ยึด “การเล่านิทาน” เป็นอาชีพประจำ!!
ย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนนั้นกลุ่มนิทานแต้มฝันมีกันถึง 9 คน ตระเวนไปเล่านิทานตามร้านหนังสือต่างๆ ปัจจุบันเหลือสมาชิกเพียง 4 คนที่เป็นแกนนำหลัก ได้แก่ บี-ดารา มาศปกรณ์ อายุ 30 ปี, กุ๋งกิ๋ง-ชุติมา มณีสอาด อายุ 31 ปี,
เพิ้งกี้-เพลิกา โลหารชุน อายุ 29 ปี และ ปุยนุ่น-ภรณี แทนสวัสดิ์ อายุ 30 ปี เพราะอีก 5 คนแยกย้ายไปทำงานอย่างอื่น แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะยังมีรุ่นน้องจากสาขาวิชาเดียวกันที่ชอบเล่านิทาน มาช่วยปล่อยจินตนาการสู่เด็กๆ ไม่ขาดสาย
บี-ดารา มาศปกรณ์ เป็นตัวแทนเล่าถึงจุดเริ่มต้นของกลุ่มว่า เริ่มจากตอนเรียนอยู่ชั้นปี 4 อาจารย์ให้นักศึกษารวมกลุ่มกันเล่านิทานให้เด็กๆ ฟัง เมื่อทำมาเรื่อย รู้สึกชอบ มีความสุข เลยทำมาจนทุกวันนี้

หากถามว่าทำไมเลือกที่จะยึดการเล่านิทานเป็นงานประจำ ซึ่งมีรายได้ไม่มากมายนัก
?บีอธิบายว่า ทำมานานจนกลายเป็นอาชีพไปโดยไม่รู้ตัว แม้จะได้ค่าตอบแทนไม่มาก และบางครั้งค่าตอบแทนจะเป็นข้าวเพียง 1 มื้อ แต่แววตาใสๆ ของเด็กๆ เวลาที่ตั้งใจฟังนิทาน เป็นกำลังใจให้ไม่คิดอยากจะลาออกจากงานนักเล่านิทานเลย

เพิ้งกี้-ปุยนุ่น-บี-กุ๋งกิ๋ง
สำหรับ “นิทาน” ที่กลุ่มนิทานแต้มฝันนำไปเล่าให้เด็กๆ ฟังมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าเล่าให้เด็กกลุ่มไหนฟัง ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่เด็กรู้จักอยู่แล้ว ทั้งหนูน้อยหมวกแดง ลูกหมูสามตัว กระต่ายกับเต่า ฯลฯ แต่ทางกลุ่มจะนำมาดัดแปลง โดยสอดแทรกข้อคิดประเภทคุณธรรม ความรัก ความสามัคคีเข้าไปด้วย
กุ๋งกิ๋ง-ชุติมา มณีสอาด บอกว่า นิทานเป็นตัวเชื่อมโยงเด็กๆ เข้าสู่โลกจินตนาการและเปิดโลกความคิดสร้างสรรค์ หากต้องการสอนอะไรกับเด็กก็สอดแทรกเรื่องนั้นลงไป เด็กจะเข้าใจง่ายกว่าการที่การสอนอะไรที่เป็นนามธรรม
“เด็กบางคนฟังหุ่นพี่หมูสอนอาบน้ำ แปรงฟันทุกวัน เขาก็อยากทำตามบ้าง คือถ้ามีเด็กสัก 1 ใน 10 ที่นั่งฟังเรา แล้วอยากทำตามที่ตัวละครในนิทานสอน หรือนิทานของเราช่วยปรับปรุงนิสัยบางอย่างของเขาให้ดีขึ้นได้ แค่นี้ก็ภูมิใจแล้ว” กุ๋งกิ๋งบอก
“ที่สำคัญนิทานไม่ได้หลอกเด็ก เด็กยังไม่เคยเจอเหตุการณ์จริง แต่นิทานจะพาเขาไป เรื่องเล็กๆ น้อยๆ มากมายถูกซ่อนไว้ในนิทาน เด็กจะได้ข้อคิดโดยไม่รู้ตัว โดยที่เราไม่ต้องบอกตรงๆ ว่าข้อคิดของเรื่องนี้คืออะไร” บีอธิบายเพิ่ม
ทั้งที่ “พ้นวัย” ฟังนิทานมานานนมแล้ว ทว่า…การต้องเล่านิทานเรื่องเดียวกันเป็นร้อยๆ รอบ ไม่เคยทำให้ สมาชิกทั้ง 4 ของกลุ่มนิทานแต้มฝัน “เบื่อ” สักครั้งเดียว
“เด็กๆ ยังไม่เบื่อที่จะฟังนิทานเป็นร้อยรอบเลย นี่แหละคือน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจให้พวกเราเล่านิทานมานานถึง 10 ปีแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่พวกเราภูมิใจคือ นิทานของเราจะช่วยเติมเต็มจินตนาการของพวกเขา เพราะมันเป็นพื้นฐานในการเริ่มมีความคิดสร้างสรรค์ของเขาในอนาคต” บี และ กุ๋งกิ๋ง บอกปิดท้าย
ที่มา มติชนรายวัน? วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11281?
Related topic:
One Response to “10 ปี”นักเล่านิทาน” อาชีพของคนมีความสุข”




ธันวาคม 29th, 2009 at 1:22 pm
จะขอเบอร์โทรศัพท์นักเล่านิทานจังเลยคะมีงานให้ไปเล่านิทาน