108 หนังสือดี เปิดหน้าต่างแห่งโอกาสในการพัฒนาเด็กปฐมวัย

                แผนงานส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่าน และ สสส. เปิดตัวหนังสือ “หนังสือคัดสรร 108 หนังสือดี เปิดหน้าต่างแห่งโอกาสในการพัฒนาเด็กปฐมวัย” โดยแบ่งตามช่วงวัยตั้งแต่ 0 – 6 ปี หนังสือที่ผ่านการคัดเลือกทั้งหมดน่าอ่านและสามารถนำมาเล่าให้ลูกๆ หรือนักเรียนเล็ก ๆ ในระดับปฐมวัยได้รับฟังเพื่อเติมความเบิกบานแก่เด็กๆ และเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการในด้านต่างๆ ของเด็กต่อไปในอนาคต

Read Users' Comments (0)

หนังสือภาพ กับลูก

      หนังสือภาพมีความสำคัญมากต่อพัฒนาการของลูก เปรียบได้กับอาหารมื้อหนึ่งของวันที่เป็นอาหารมื้อสำคัญ เพราะเป็นทั้งอาหารสมองและอาหารใจ แต่กับความสำคัญนี้หากคุณพ่อคุณแม่เลือกใช้ไม่ตรงวัย หนังสือภาพ หรือนิทานก็จะให้คุณค่ากับเด็กได้ไม่เต็มที่ วันนี้เรามีเทคนิคเลือกใช้หนังสือภาพให้ตรงวัยถูกใจลูกมาฝากทุกบ้านกันครับ                เมื่อพูดถึง “หนังสือภาพ” คือ สื่อการสอนภาษาที่ดีเลิศ เด็กทุกคนควรมีโอกาสฟังนิทานก่อนนอนจากคุณพ่อคุณแม่ แต่การจะเลือกหนังสืออ่านนั้น พ่อแม่ควรเลือกอย่างระมัดระวังด้วย เนื่องจากเด็กในแต่ละวัยมีความสามารถในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ทำให้การเลือกหนังสือต้องสอดรับกับช่วงวัย หรือพัฒนาการของเด็กด้วย        

Read Users' Comments (0)

เลือกหนังสือให้น้องหนูอนุบาล

“ความสำคัญของหนังสือคือ เป็นตัวเสริมกระบวนการเรียนรู้ของเด็ก หลังจากที่ครูหรือพ่อแม่สอนลูกเรื่องต่างๆ ด้วยการบอกเล่า พูดคุย หรือให้เขาได้สัมผัสกับของจริง ถ้าเด็กได้ฝึกทำแบบฝึกหัดไปด้วย เท่ากับเป็นการทบทวนความรู้ที่เด็กๆ ได้เรียนรู้มาในแต่ละวัน” คำแนะนำของ ผศ.ดร.ธัญสุตา จิรกิตตยสกร ผู้เชี่ยวชาญด้านปฐมวัย และผู้ออกแบบสื่อการเรียนการสอนสำนักพิมพ์นวตสาร       แม้หนังสือจะเป็นเพียงตัวเสริมกระบวนการเรียนรู้ของเด็กๆ แต่ก็จำเป็นต้องมีคุณภาพมาตรฐาน โดยมีการทดลองวิจัยว่าสามารถส่งเสริมพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กๆ ได้ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สติปัญญา รวมทั้งสอดคล้องกับพัฒนาการตามวัยของเด็ก ซึ่งทั้งหมดนี้พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถศึกษาได้จากวัตถุประสงค์การจัดทำหนังสือที่ระบุอยู่ในหนังสือแต่ละเล่ม อย่างไรก็ตาม การใช้หนังสือไม่ว่าจะเตรียมความพร้อม หรือเสริมสร้างประสบการณ์ สิ่งสำคัญคือการดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองและครูผู้สอน ซึ่งควรสอนลูกอย่างใกล้ชิด ยิ่งหากมีอุปกรณ์เสริมการเรียนรู้ก็จะยิ่งทำให้เด็กสนุกสนาน ตื่นเต้นกับการเรียนรู้ในเรื่องนั้นๆ

Read Users' Comments (0)

สอนลูกอ่านหนังสืออย่างไรให้ฉลาด

สำหรับประเทศญี่ปุ่นแล้วเชื่อมั้ยคะว่า การอ่าน “การ์ตูน” หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า มังงะ นั้นเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนญี่ปุ่นได้มากเชียวล่ะค่ะ  และการ์ตูนญี่ปุ่นก็ยังทำให้เกิดจินตนาการ ทำให้คนญี่ปุ่นเกิดความคิดสร้างสรรค์ ผลิตสิ่งใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องจนประเทศญี่ปุ่นสามารถพัฒนาตัวเองไปสู่ความเป็นผู้นำในด้านต่างๆ นั่นเองค่ะ   หนังสือการ์ตูนนั้นคิดเป็นร้อยละ 40 ของตลาดสิ่งพิมพ์ทั้งหมดของญี่ปุ่นเชียวนะคะ โดยในประเทศญี่ปุ่นนั้นถ้าสังเกตดูเราจะพบคนญี่ปุ่นอ่านหนังสือการ์ตูนได้ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นบนรถโดยสาร ร้านอาหาร ป้ายรถเมล์ ซึ่งหนังสือการ์ตูนของญี่ปุ่นนั้นก็มีหลากหลายแนวค่ะ ก็เลยตอบสนองทุกลุ่มเป้าหมายได้อย่างโดนใจ

Read Users' Comments (0)

หมอประเวศ” แนะรัฐหนุนหนังสือดี สร้างชมรมรักการอ่านทุกหมู่บ้าน

“หมอประเวศ” แนะยกวาระแห่งชาติ เรื่องการอ่านต้องทำอย่างจริงจัง เน้นกลุ่มทำงานด้านยุทธศาสตร์ เสนอ 5 ประเด็นขับเคลื่อน ส่งเสริมผลิตหนังสือดี สร้างชมรมรักการอ่าน ห้องสมุดชุมชนทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ แจกการบ้านเด็กเน้นการอ่าน  ใช้การสื่อสารมาส่งเสริมการอ่านทุกชนิด พร้อมจัดประกวดการอ่านทุกระดับ                          

Read Users' Comments (0)

ภาพลวงตาฤๅความจริง..เมื่อ กทม.ขอเป็นเมืองหนังสือโลก

ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้กรุงเทพมหานคร(กทม.) เตรียมที่จะเสนอตัวเองเข้าแข่งขันเพื่อคัดเลือกเป็นเมืองหนังสือโลก ในปี 2556 (World Book Capital 2013) จากยูเนสโก              …แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดมุ่งหมายนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แน่ เพราะการที่จะทำให้คนกรุงเทพฯทั้งหมดหันมาใส่ใจ มีวัฒนธรรมในการอ่านกันทั่วบ้านทั่วเมืองแบบพลิกฝ่ามือคงทำได้ยากยิ่ง แต่เมื่อวันนี้มหานคร กทม.ชูมือขอเข้าชิงรางวัลนี้ ก็คงต้องมาดูกันชัดๆ ว่า เมืองหลวงแห่งนี้มีดีอย่างไร จึงกล้าท้าชิงผู้ครองตำแหน่งเมืองหนังสือโลกในปี 2556              ทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯกทม.ในฐานะผู้รับผิดชอบหลัก กล่าวว่า กทม.จะขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์ดังต่อไปนี้ คือ 1. การสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน NGO และจัดทำโฆษณาเพื่อเผยแพร่กิจกรรมต่างๆ 2.จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านตลอดทั้งปี เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ 3.การเพิ่มพื้นที่ในการอ่านหนังสือทั้งการปรับปรุงพื้นที่เดิมให้น่าสนใจเพื่อให้คนเข้าไปใช้บริการมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็จัดหาพื้นที่ใหม่เพื่อให้สามารถอ่านได้ทุกที่ทุกมุม ซึ่งจะเป็นการเน้นการทำความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) กับภาคเอกชน เช่น ที่สถานีรถไฟฟ้า รถเมล์ รถแท็กซี่ โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล หรือแม้แต่ร้านทำผม กทม.ก็จะเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน 4.ร่วมมือเครือข่ายภาคี โดยตั้งศูนย์ประสานงาน เพื่อวิจัยและสนับสนุน อย่างไรก็ตาม กทม.ยังมีแนวนโยบายที่จะลดภาษีป้ายให้บริษัท ห้างร้านต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการอ่านเพื่อช่วยลดต้นทุนในการผลิตเหมือนเช่นที่ประเทศอื่นๆ ซึ่งจะทำให้หนังสือมีราคาถูกลง

Read Users' Comments (0)