เมื่อเด็กหันมาอ่านหนังสือให้เจ้าตูบฟัง
โรงเรียนประถมในอังกฤษเสนอเทคนิคใหม่เพื่อฝึกทักษะการอ่านของเด็กโดยการให้พวกเขาอ่านหนังสือให้สุนัขฟัง ซึ่งมันช่วยให้การอ่านของเด็กๆดีขึ้นและมีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ทฤษฎีแปลกแหวกแนวและดูเหมือนเป็นเรื่องน่าขันไปแล้วสำหรับโรงเรียนระดับประถมศึกษาในอังกฤษ เมื่อโรงเรียนหนึ่งนำทฤษฎีแนวใหม่เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านของเด็กๆให้ดียิ่งขึ้นโดยการให้พวกเขาอ่านหนังสือให้สุนัขฟัง แทนการอ่านให้ครู พ่อ แม่หรือผู้ปกครอง
|
||
โรงเรียน St Michael ใน Bournemouth คือโรงเรียนนำร่อง ?โครงการอ่านหนังสือให้สุนัขฟัง? ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากเด็กๆชั้นประถมศึกษาหลายคนที่ยังอ่านหนังสือไม่คล่องหรือเพิ่งเริ่มอ่านออก เขียนได้ อาจจะไม่มีความมั่นใจในการอ่านหนังสือให้ผู้ใหญ่ฟัง เพียงเพราะกลัวถูกตำหนิ หัวเราะเยาะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเขาไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ดังนั้นการที่เด็กๆอ่านหนังสือให้สุนัขฟัง เขามั่นใจได้เลยว่า เขาสามารถอ่านหนังสือได้อย่างเสียงดัง ฟังชัดเพราะสุนัขจะไม่มีทางหัวเราะ หรือตำหนิเขา หากเขาอ่านหนังสือตะกุกตะกักหรือ่านผิดๆ ถูกๆ
อย่างไรก็ดี การที่จะนำสุนัขมาเป็นผู้ฟังที่ดีนั้น สุนัขเองก็ต้องได้รับการฝึกฝนมาพอสมควรเช่นกัน ซึ่งผลที่ได้กลับมานั้นพบว่า เด็กนักเรียนหลายคนมีพัฒนาการที่ดีมากขึ้น ส่วนพันธุ์ของสุนัขที่เลือกมาเป็นผู้ฟังที่ดีสำหรับเด็กๆนั้นคือ ยอร์คเชียร์ เทอเรีย ลาบราดอร์ และ เชตแลนด์ ชีพด็อก
ส่วนทางด้านผลของการสำรวจพบว่า การที่เด็กๆได้อ่านหนังสือให้สุนัขฟังนั้น ทำให้พวกเขามีพัฒนาการและทักษะทางด้านการอ่านดีในระยะเวลาที่รวดเร็วกว่าเด็กคนอื่นๆที่อ่านให้พ่อแม่ หรือผู้ปกครองฟัง
ทั้งนี้ เทคนิคการอ่านหนังสือให้สุนัขฟังนั้น เป็นเทคนิคที่เหมาะสำหรับเด็กๆที่พอจะอ่านออก เขียนได้บ้างแล้ว ซึ่งจากการสำรวจเด็กๆชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่า พวกเขามีความมั่นใจในการอ่านหนังสือมากขึ้น และกล้าที่จะอ่านออกเสียงที่ดังฟังชัด หลังจากที่สุนัขทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดีอยู่เสมอ
|
|||
ทว่าโครงการนี้กลับเป็นสิ่งที่หลายคนไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าใดนัก โดยเฉพาะนักวิชาการที่เชื่อว่า การเรียนการสอนที่ดีที่สุดนั้นต้องมาจากครูผู้สอนเท่านั้น การที่ให้สุนัขมาฟังเด็กอ่านหนังสือไม่มีประโยชน์
แต่สำหรับครู Martin Ford ผู้ที่ริเริ่มแนวคิดนี้กลับเชื่อมั่นว่า สุนัขสามารถเป็นกระจกเงาที่สะท้อนสิ่งสำคัญอะไรบางอย่างจากตัวเด็กได้ดี เพราะสุนัขเหล่านี้เป็นสุนัขที่ถูกฝึกมาสำหรับอยู่ในห้องเรียน เพื่อฟังเด็กๆอ่านหนังสือโดยเฉพาะ
?เด็กๆมักจะกระตือรือร้นในเรื่องของการเรียนมากเป็นพิเศษ ดังนั้นการที่ทำให้เขารักการอ่าน โดยเริ่มจากการเปิดใจและมีความั่นใจในการออกเสียงกับสุนัข ผู้ที่ไม่เคยหัวเราะเยาะเขาหากเขาอ่านผิด มันจะเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เขาอ่านหนังสือมากขึ้น ไม่ว่าจะอ่านทั้งที่บ้านหรือที่โรงเรียน ซึ่งการที่ทำให้เด็กรักการอ่านได้นั้น นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากเรื่องหนึ่ง?
ส่วนหน่วยงานที่ฝึกสุนัขเพื่อโครงการนี้โดยเฉพาะนั้นคือ Caring Canines ซึ่งในขณะนี้หลายๆโรงเรียนต่างติดต่อกลับไปเพื่อต้องการสุนัขให้นักเรียนของพวกเขาเพิ่มมากขึ้น
Julie Lankshear นักสังคมสงเคราะห์ กล่าวว่า สุนัขเหล่านี้เป็นสุนัขที่เป็นมิตรกับเด็กๆ ดังนั้นโครงการที่เกิดขึ้นจึงมีที่มาจากความเป็นเพื่อนที่แสนดีของมัน
?สุนัขไม่เคยตัดสิน กล่าวโทษหรือตำหนิอะไรเด็กๆ และที่สำคัญมันจะไม่มีทางหัวเราะเด็กๆ หากเขาอ่านตะกุกตะกักหรืออ่านผิดไป เพราะมันทำไม่ได้ นอกจากการนั่งฟังเฉยๆ?
?กลุ่มเด็กที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดคือคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองน้อยและอีกกลุ่มหนึ่งคือแม้จะมีความั่นใจในตัวเอง แต่พวกเขาอาจมีทักษะการอ่านที่ไม่ค่อยดีเท่าใดนัก ซึ่งการอ่านให้สุนัขฟังจะทำให้พวกเขามีความมั่นใจมากขึ้นและสามารถสื่อสารได้ดีขึ้น?
Lankshear เล่าต่อว่า ได้ทดสอบสุนัขทั้งหมดแล้ว จึงมั่นใจว่าพวกเขาก็มีนิสัยที่รักเด็กและเป็นเพื่อนที่ดีได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม Nick Seaton ประธานโครงการ Real Education กล่าวว่า แม้ว่าโครงการอ่านหนังสือให้สุนัขฟังเป็นความคิดที่น่าสนใจและน่ารักมากแต่อย่าลืมว่าถ้าเด็กอ่านผิด สุนัขก็ไม่สามารถจะบอกเขาได้เช่นกัน
?มันเป็นเรื่องธรรมดามากในการเรียนการสอน ที่ครูหรือผู้ใหญ่จำเป็นต้องสอนเด็กๆเมื่อเขาอ่านผิด ส่วนการอ่านที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดนั้นคือการให้เด็กฝึกอ่านออกเสียงตัวอักษรทั้ง 26 ตัว และการฝึกออกเสียงเสมอ? Nick Seaton กล่าวทิ้งท้าย
เรียบเรียงจาก เดลิเมล์ ที่มา : www.manager.cc.th




Related topic:
Leave a Reply