โครงการชุมชนพอเพียง หรือ ชุมชนฟุ่มเฟือย
โครงการชุมชนพอเพียง หรือ ชุมชนฟุ่มเฟือย
โดย ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์
อนุสนธิจากโครงการชุมชนพอเพียงของสำนักงานชุมชนพอเพียง ในสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี งบประมาณ 21,000 ล้านบาท ในงบประมาณปี 2552 และต้องรับใช้จ่ายให้หมดโดยเร็ว มิฉะนั้นจะถูกสำนักงบประมาณ และรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารตำหนิว่าขาดประสิทธิภาพ ใช้จ่ายเงินไม่บรรลุวัตถุประสงค์ อีกทั้งยังทำให้ประชาชน ชุมชน ธุรกิจเอกชนขาดโอกาสในการทำมาหากินจากงบประมาณก้อนนี้
แต่จากการติดตาม ตรวจสอบ และรายงานข่าวของมติชนรายวัน ทำให้ทราบว่ามีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นกับงบประมาณก้อนนี้อย่างแน่นอน เพียงแต่จะสรุปจบอย่างไรเท่านั้น ซึ่งก็สามารถคาดเดาได้ดังนี้
1. เป็นความต้องการของชุมชนเอง โดยผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์
2. มีนักธุรกิจเอกชนฉวยโอกาสอันงามนี้ ไปติดต่อชุมชนเอง โดยนำเสนอเป็นรายการ
??? สินค้าสำเร็จรูป 4-5 ประเภท
3. มีข้าราชการชั้นผู้น้อยทำตัวเป็นนายหน้ารับสินค้าจากนักธุรกิจฉ้อฉลแล้วไปนำเสนอ
???? ให้แก่ชุมชนในลักษณะเป็นการเสนอทางเลือก หากชุมชนไม่มีโครงการอะไรอยู่ใน
???? แผนงานประจำปี แผนงานระยะสั้นหรือแผนงานระยะยาว แต่จากการสอบข้อเท็จจริง
???? แล้วสรุปได้ว่าไม่มีมูล ยกคำร้อง
ปัญหาหลักของประเทศไทยแห่งนี้จึงไม่ใช่เป็นเรื่องของการขาดแคลนงบประมาณหรอก (หลายๆ องค์การภาครัฐมักจะอ้างว่าไม่มีงบประมาณ จึงไม่สามารถทำโน้นทำนี้ได้) แต่เป็นเรื่องของการขาดบุคลากรที่มีจิตสำนึก รับผิดชอบต่อสังคม และการขาดการมีส่วนร่วมของราษฎรอย่างแท้จริงในเรื่องที่ตนเองได้รับผิดกระทบจากโครงการ หรือนโยบายนั้นๆ ของรัฐ
เฉพาะเรื่องของโครงการชุมชนพอเพียงเรื่องเดียวก็สามารถชี้ให้เห็นว่า แนวนโยบายดีแค่ไหนก็ตาม แต่ก็จะต้องมีจุดรั่วไหลได้เสมอ เพื่อนำไปสู่แผนการปฏิบัติซึ่งดำเนินการโดยบุคลากรอันขาดประสิทธิภาพ และมุ่งฉกฉวยแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ ทั้งๆ ที่โครงการนี้ได้ตั้งกฎเกณฑ์ ว่าแนวทางดำเนินการต้องอิงหลักเกณฑ์ 8 ประการ ซึ่งมีการพิจารณาอย่างรอบคอบโดยท่านมีชัย วีระไวทยะ แล้วก็ตาม
แต่ก็เป็นที่น่ายินดีที่ท่านรองฯ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ยอมรับในความบกพร่องในส่วนของโครงการชุมชนพอเพียงในเขตเมืองแล้วว่าจะต้องปรับปรุงแก้ไขในรายการคุยนอกทำเนียบ เมื่อวันอังคารที่ 4 ส.ค. 2552 เวลา 20.30 น.
อย่างไรก็ตาม การเสนอโครงการประเภทจัดซื้อ 5-10 รายการเข้ามาให้ชุมชน แต่ละแห่งนั่งขีดว่าจะรับอะไร ในวงเงินงบประมาณเท่าไร หากไม่เลือกก็จะตัดสิทธิชุมชนนั้นๆ ออกไป โดยไม่มีการชี้แจงถึงความเป็นมาและเป็นไปของโครงการ แนวคิด นโยบาย วิธีการ การทำประชาคมเลยเป็นเรื่องที่จะต้องเร่งรีบตรวจสอบดำเนินการเอาผิดแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
โดยคณะบุคคลที่มีความเป็นกลางสูงและต้องไม่ควรจะเกี่ยวข้องกับคณะทำงานชุดเดิมเลย ไม่ว่าจะเป็นของพรรคประชาธิปัตย์หรือของสภาผู้แทนราษฎร ควรจะเป็นองค์กรเอกชน เช่น
เชื่อหรือไม่ว่างบประมาณ 21,000 ล้านบาทนี้ มีมูลค่ามากกว่ายอดจำหน่ายหนังสือในปี 2550 ซึ่งมีแค่ 18,000 ล้านบาท
นั่นแสดงว่าในขณะที่ผู้คนในประเทศนี้แสดงหาหนังสือมาอ่านเพื่อเพิ่มพูนสติปัญญา (ไม่ว่าจะเป็นการซื้อหาอ่านเอาเอง หรือจัดซื้อในระบบห้องสมุดของโรงเรียนประถม มัธยม อาชีวะ มหาวิทยาลัยหรือห้องสมุดสาธารณะอื่นๆ) ตลอด 1 ปี แต่รัฐบาลนี้ รัฐบาลที่แสดงจุดยืนในเรื่องความใสสะอาด ซื่อสัตย์กลับนำงบประมาณ 21,000 ล้านบาทไปละลายแม่น้ำ (ขณะที่นั่งเขียนอยู่นี้อนุมัติ และเบิกจ่ายไปแล้วประมาณ 8,000 ล้านบาท โดยบอกว่ามีโครงการที่ต้องสงสัยทุจริตเพียง 1 เปอร์เซ็นต์)
ขอเรียนเสนอท่านที่มีอำนาจในโครงการนี้ว่า การสร้างคนเป็นเรื่องสำคัญ และการสร้างคนโดยผ่านการอ่านหนังสือเป็นแผนงานที่แสนจะประหยัด และยั่งยืน ถาวรที่สุด โดยอาจจะเริ่มต้นจากชุมชนในเมืองเทศบาล หรือตลาดเล็กๆ โดยเสนอเป็นโครงการพัฒนาและส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว ผ่านห้องหนังสือในชุมชน โดยมีรายละเอียดดังนี้
โครงการชุมชนพอเพียงกับห้องหนังสือพอประมาณ
1. สถานที่ อาคารพาณิชย์ ขนาด 4×10 เมตร หรือ ตึกแถว 1 คูหา 2 ชั้น เช่าเดือนละ 5,000
??? บาท รวม 60,000 บาทต่อปี
2. การตกแต่ง เรียบง่าย คงทน ปรับแก้ได้ ราคา 50,000 บาท
3.หนังสือ จำนวน แบ่งเป็นกลุ่มเด็กเล็ก เด็กประถม มูลค่า 50,000 บาท
4. ผู้ปฏิบัติงาน หรือครูพี่เลี้ยง 1 คน เงินตอบแทน เดือนละ 9,000 บาท-108,000 บาทต่อปี
5.เวลาที่จะปฏิบัติงาน ช่วงเช้า 07.00-09.00 น. และช่วงเย็น 16.00-20.00 น. เสาร์-อาทิตย์
?? 08.00-18.00 น. หยุดทุกวันจันทร์
6. ค่าไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต รวม 32,000 บาท
??? รวมเป็นเงิน 300,000 บาท
ฉะนั้นโครงการห้องหนังสือในชุมชนในงบประมาณไม่เกิน 300,000 บาท ต่อ 1 ชุมชน เป็นโครงการที่จะนำประโยชน์มาสู่ชุมชนได้รอบด้านที่สุด ดังนี้
1.มีการจ้างงานในการซ่อมแซมสถานที่
2.มีการเช่าสถานที่อาคารพาณิชย์ ในชุมชนนั้นๆ
3.มีการจ้างงาน 12 เดือน แก่บุคลากรที่เป็นคนของชุมชน
4.เป็นการสร้างกิจกรรมอย่างต่อเนื่องในเชิงบวกต่อชุมชนเมือง อีกทั้งยังสอดรับกับนโยบายการเรียนรู้ตลอดชีวิตของกระทรวงศึกษาธิการ และการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ
5.เป็นการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ผ่านการอ่านหนังสือในกลุ่มเด็กเล็กและเยาวชน
ขอนำเสนอต่อท่านผู้มีอำนาจในประเทศนี้ได้โปรดพิจารณาอย่างรอบด้านว่าประเทศนี้ต้องการบุคลากรในอนาคตอันมีคุณภาพที่พึงประสงค์ตามที่แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรเช่นไร?
?
ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11484




Related topic:
Facebook comments:
Leave a Reply