แบบเรียนแก้ปัญหาเด็ก ป.3 อ่าน-เขียนต่ำได้ผล

สพฐ.ปลื้มหนังสือแบบฝึกซ่อมเสริมแก้ปัญหาเด็ก ป.3 อ่าน-เขียนต่ำกว่าเกณฑ์ได้ผล ผู้บริหาร ครูตอบรับ นักเรียนส่วนใหญ่ระบุช่วยให้อ่าน เขียนดีขึ้น ลุ้นวัดผล O-NET อีกรอบ เตรียมปรับตารางสอนภาษาไทยตอนเช้า หวังเด็กสมองเปิดรับมากขึ้น
       
       วันนี้ (15 ธ.ค.) นายชินภัทร ภูมิรัตนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยผลการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ที่ประชุมได้รับทราบผลการติดตามและประเมินผลการใช้หนังสือแบบฝึกซ่อมเสริมแก้ไขปัญหานักเรียนชั้น ป.3 ที่อ่านเขียนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และ คู่มือการเรียนการสอนภาษาไทย ตามโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทย ซึ่งจากการสำรวจความคิดเห็นกลุ่มศึกษานิเทศก์128 คน ผู้บริหารโรงเรียน 1,549 คน ครูผู้สอนภาษาไทย 1,497 คน และนักเรียน 7,339 คน ทั้งแบบสอบถาม และสัมภาษณ์ พบว่า กลุ่มผู้บริหารโรงเรียน และศึกษานิเทศก์เห็นว่า หนังสือฯ มีประโยชน์ต่อการแก้ไขได้ตรงตามสภาพปัญหาการอ่าน การเขียนของนักเรียนชั้น ป.3 ที่อ่านเขียนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และหนังสือคู่มือการเรียนการสอนภาษาไทยมีประโยชน์ และเสริมความรู้สำหรับการจัดการเรียนการสอนต่อครูผู้สอนในระดับมาก ทั้งนี้หากติดตามสภาพการใช้หนังสือฯ พบว่า นักเรียน 99.31% ชอบทำกิจกรรมในหนังสือดังกล่าว และ 99.06% เห็นว่าเมื่อทำกิจกรรมในหนังสือแบบฝึกซ่อมเสริมแล้ว ทำให้อ่านและเขียนภาษาไทยดีขึ้น อย่างไรก็ตามในเดือน ก.พ.2554 สพฐ.จะมีการติดตามผลจากการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET ด้วยว่า นักเรียนชั้น ป.3 ที่อ่านเขียนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานมีผลสัมฤทธิ์ในวิชาภาษาไทยดีขึ้นหรือไม่

 

 

 

     ขณะนี้ผมได้มอบให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ไปจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับคู่มือในการจัดตารางสอนตามข้อเสนอแนะจากการสำรวจความคิดเห็น ที่ระบุว่าการที่จะกระตุ้นให้เด็กอ่านเขียนได้ดีนั้น จะต้องจัดตารางสอนวิชาภาษาไทยให้เหมาะสมด้วย เช่น ในเวลาช่วงเช้า เพราะเป็นช่วงที่สมองพร้อมที่จะรับรู้ นอกจากนี้ยังได้มอบให้สำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำข้อมูลในพื้นที่สุ่มเสี่ยงที่มีอัตราการอ่านเขียนต่ำกว่ามาตรฐาน เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก และมอบให้สำนักทดสอบทางการศึกษา ประสานกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) นำวิธีการจัดทำแบบทดสอบมาซักซ้อมให้แก่เด็กก่อนทำข้อสอบ เพื่อให้เด็กมีความพร้อม เพราะจากการวิเคราะห์การปรับข้อสอบของปีที่ผ่านมาที่มีหลายตัวเลือก ทำให้เด็กไม่มีความคุ้นเคย ขณะเดียวกันยังมอบให้กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สพฐ.จัดทำตัวชี้วัดเพื่อประเมินประสิทธิภาพของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาด้วย” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว
       
        นายชินภัทรกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ติดตามภารกิจที่ต้องเร่งดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย ได้แก่ การจัดทำแผนระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เป็นรูปธรรม ซึ่งได้มอบให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาได้ติดตามในเรื่องนี้ต่อไป นอกจากนี้ต้องเร่งดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารอัตรากำลังครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้สอดรับกับนโยบายที่จะมีอัตรารองรับผู้สำเร็จการศึกษาจากโครงการครูพันธุ์ใหม่ โครงการครูต่างๆ ที่ได้รับทุนจาก สพฐ. และการเปิดสอบคัดเลือกบุคคลทั่วไปด้วย ซึ่ง สพฐ.ต้องประชุมปรึกษาหารือ และสรุปข้อมูลต่างๆ เสนอให้ผู้บริหารระดับนโยบายได้รับทราบข้อมูลเพื่อการตัดสินใจต่อไป ขณะเดียวกันในปี 2554 จะต้องดำเนินการต่อเนื่องในการประเมินสมรรถนะครูและพัฒนาครูทั้งระบบต่อไปด้วย

ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์  

 

 15 ธันวาคม 2553


Related topic:
  • คอมพิวเตอร์ให้โทษ นักเรียนวัยรุ่นพากันอ่อนเลขและการอ่าน
  • ชี้ 56 ปีคำขวัญวันเด็กยึด “ซื่อสัตย์-ประพฤติดี” ถี่ยิบ แต่พบแค่ 2% สอนในหนังสือ
  • ชมรมคนรักตัวอักษรศรีน่าน ชมรมสำหรับเยาวชนรักตัวอักษร
  • เลือกหนังสือภาพให้ลูก
  • ห้องสมุดในฝันของเด็กๆโรงเรียนเทศบาลวัดละหาร
  • Facebook comments:

    Leave a Reply

    :D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: