การอ่านหนังสือเป็นกิจกรรมที่ให้ประสบการณ์ที่มีความงามอย่างยิ่ง ให้รสสัมผัสตอบสนองการรับรสสุนทรียทางอารมณ์ได้ครบถ้วนทั้งรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และอยากจะชวนอ่านหนังสือ จะเห็นด้วยหรือเปล่านะ ไม่เชื่อก็ลองหาเวลาสักนิด เข้าใจว่าสมัยนี้เวลาทุกอย่างรัดตัวไปหมด บางคนถึงขนาดลั่นวาจาว่า เวลาจะหายใจหายคอแทบไม่มี
แต่ถ้าพอจะแบ่งเวลาสักนิดเพื่อให้รางวัลแก่ตนเองอย่างง่ายในราคาที่พอเพียงก็อยากจะชวนว่าลอง หยิบหนังสือที่ถูกใจ สักเล่มหนึ่ง 
อาจจะเป็นหนังสือเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน การปลูกต้นไม้ ทำสวน หนังสือเกี่ยวกับเสื้อผ้า หน้า ผม หนังสือเกี่ยวกับการปรุงอาหาร เครื่องดื่มและของว่าง หนังสือเกี่ยวกับเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ รถยนต์ กล้องถ่ายรูป เครื่องเสียง การ์ตูน นวนิยาย สารคดี กวีนิพนธ์ และอื่นๆอีกมากมายที่จาระไนได้ไม่ถ้วนทั่วแน่นอน
เอาว่าลองเลือกหนังสือมาสักเล่มหนึ่ง ไม่ลองก็จะไม่รู้นะจะบอกให้ พอได้หนังสือที่ถูกใจแล้ว จากนั้นหามุมหนึ่งเหมาะๆ อาจจะเป็นใต้ต้นไม้ในสวน ข้างกระถางต้นไม้ หน้าทีวี(ที่ไม่เปิด)ในบ้านหรือแม้แต่บางซอกในห้องน้ำ (เย็นดีออก) จะนั่งหรือนอนก็ได้อันนี้ก็ตามสะดวก
จากนั้นเริ่มหยิบหนังสือเล่มที่ถูกใจมาค่อยๆพิจารณารูปเล่ม ปกหน้าปกหลัง กระดาษ สี และตัวหนังสือที่ใช้ เรื่อยไปถึงวิธีการนำเสนอเนื้อหา ขณะนั้นให้ปล่อยใจตามสบาย สูดลมหายใจเข้าลึกๆให้เต็มปอดและระบายออกยาวๆให้สุด นิ่ง สงบ ผ่อนคลาย ให้ความรู้สึกทั้งหมดอยู่กับหนังสือที่อยู่ตรงหน้า
เมื่อกาย ใจ อารมณ์ความรู้สึกของเราพร้อม เสียงของหัวใจจะบอกเราเองว่าแล้วการอ่านหนังสือนั้นที่ว่าให้อรรถรสครบถ้วนนั้นเป็นอย่างไร
ในกรณีที่ท่านเป็นคุณพ่อ คุณแม่ คุณตา คุณยาย คุณย่า คุณปู่หรือผู้ที่มีเด็กๆอยู่แวดล้อมด้วยแล้ว การอ่านหนังสือนอกจากจะให้ความสุขแก่ท่านเป็นการส่วนตัวแล้ว ถือว่าการอ่านหนังสือของท่าน เป็นการสอนลูกหลานผ่านการปฏิบัติให้เห็นจริงในวิถีชีวิตอีกด้วย การให้ประสบการณ์ของการอ่านหนังสือเด็กแก่บุตรหลานไม่ว่าจะอ่านหนังสือให้เห็น
อ่านหนังสือร่วมกัน อ่านให้ฟัง หรือจัดหาหนังสือวางไว้ในที่สะดวกหยิบ ถือว่าเป็นการให้มรดกทางปัญญาที่ล้ำค่ายิ่ง จึงอยากจะชวนให้อ่านหนังสือ สื่อความสุขและการเรียนรู้ที่ไม่ต้องการวัสดุอุปกรณ์เครื่องพ่วงใดๆนอกจากความพร้อมของท่านเอง