รศ.ดร.วราภรณ์ สามโกเศศ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งในการตรวจเยี่ยมโรงเรียนโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม จ.สระบุรีซึ่งเป็นโรงเรียนต้นแบบการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและพัฒนาคุณธรรมเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ว่า คนที่ประสบความสำเร็จไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนเรียนเก่งเสมอไปแต่ต้องเป็นคนใฝ่รู้ ใฝ่เรียนซึ่งถ้าขาดส่วนนี้ไปโอกาสที่จะพัฒนาตนเองก็คงยาก อย่างไรก็ตามวิชาที่ครูควรจะต้องให้ความสำคัญคือวิชาภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาแม่
เพราะผลจากการศึกษาทางวิชาการพบว่าเด็กที่เรียนภาษาไทยอ่อนตั้งแต่ต้นจะมีผลต่อการออกกลางคันในช่วงม.ปลายและการที่เด็กออกกลางคันจำนวนมากส่งผลถึงภาพรวมทำให้เด็กอยู่ในระบบโรงเรียนไม่ครบ 12 ปีตามจำนวนปีของการศึกษาขั้นพื้นฐาน
นอกจากนี้ยังพบว่านักเรียนชั้น ม.3 มีปัญหาอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ 87,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 12.75 ของนักเรียน ม.3 ทั้งประเทศดังนั้นครูจะต้องช่วยดูแลเรื่องภาษาไทยของ เด็กตั้งแต่ช่วงที่เด็กเข้า ม.1และต้องให้ความสำคัญกับการย่อความ เรียงความ ซึ่ง ถือเป็นหัวใจที่สำคัญที่จะทำให้เด็กเข้าใจในสิ่งที่อ่านถ้าไม่ให้ความสำคัญ ในเรื่องนี้เชื่อว่าโรงเรียนจะประสบกับปัญหานักเรียนออกกลางคันอีกมาก
รศ.ดร.วราภรณ์ กล่าวต่อไปอีกว่าถึงแม้อัตราการศึกษาเฉลี่ยของคนไทยจะเพิ่มขึ้นจากเดิม 8.2 ปี มาอยู่ที่8.8 ปีและตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10(พ.ศ.2550-2554)ได้มุ่งให้คนไทยมีการศึกษาเฉลี่ยอยู่ที่ 10 ปี แต่ถึงแม้จะทำได้ 10 ปีก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจเพราะเป้าหมายที่แท้จริงจะต้องอยู่ที่ 12 ปีซึ่งก็น่าจะอยู่อีกไกลมาก