<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title> &#187; วิธีส่งเสริมการอ่าน</title>
	<atom:link href="http://www.bookandreading.com/category/document/idea/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.bookandreading.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 19 Sep 2011 10:17:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.4</generator>
		<item>
		<title>อ่านหนังสือให้หนูฟังหน่อย</title>
		<link>http://www.bookandreading.com/reading-3/</link>
		<comments>http://www.bookandreading.com/reading-3/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 Jul 2011 11:45:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wearehappy</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีส่งเสริมการอ่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookandreading.com/?p=1814</guid>
		<description><![CDATA[<br/>กลวิธีใช้หนังสือภาพอย่างสนุกและมีชีวิตชีวาเพื่อความสุขและความเพลิดเพลินของเด็ก ๆ เริ่มง่าย ๆ อย่างนี้นะค่ะ อ่านชื่อเรื่อง อ่านชื่อผู้แต่ง ชื่อผู้วาดอย่างชัดถ้อยชัดคำเพื่อฝึกให้เด็กเกิดความเคยชินในการอ่านตัวอักษรบนหน้าปกของหนังสือ ถือหนังสือให้มั่นคง แต่สามารถเคลื่อนไหวหนังสือได้อย่างอิสระ เปิดโอกาสให้เด็กได้ดูภาพเต็มตา   ทำความเข้าใจเนื้อเรื่อง จำเรื่องราวให้ได้ อ่านอย่างมีจังหวะ ออกเสียงตามอารมณ์ของถ้อยคำ ไม่จำเป็นต้องดัดเสียง การดัดเสียงทำให้เด็กดูสนุกก็จริง แต่อาจทำให้เด็กจดจ่ออยู่ที่ปากของผู้เล่า ไม่สนใจตัวหนังสือหรือภาพในหนังสือ ทำให้เด็กขาดโอกาสในการอ่านภาพ หรือทำความคุ้นเคยกับตัวอักษร การจับหรือการถือหนังสือ ผู้อ่านสามารถจับหรือถือได้ตามความถนัด มือหรือนิ้วของผู้อ่านจะต้องไม่บังหรือบดบังภาพน้อยที่สุด เพราะภาพทุกภาพในหนังสือเด็กล้วนมีความหมาย เด็ก ๆ ควรได้เห็นภาพทั้งหมดที่ปรากฏอยู่ในหน้าหนังสือ เคลื่อนไหวหนังสืออย่างเป็นธรรมชาติบ้างก็ได้ค่ะ ผู้อ่านสามารถขยับหนังสือโยกไปมาเบา ๆ ให้ดูคล้ายกับเรือกำลังลอยในกลางทะเลสอดคล้องกับเนื่องเรื่องที่อ่าน หรือเปิดปิดหน้าหนังสือแทนการเปิดปิดประตูตามเนื้อเรื่องที่อ่านก็สามารถชักชวนให้เด็ก ๆ สนุกได้มากขึ้นค่ะ ผลิตโดย แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookandreading.com/reading-3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สร้างห้องสมุดอย่างไรให้ถูกใจเด็ก</title>
		<link>http://www.bookandreading.com/kids-library/</link>
		<comments>http://www.bookandreading.com/kids-library/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 May 2011 11:54:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wearehappy</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีส่งเสริมการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือดี]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือน่าอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสมุดเด็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookandreading.com/?p=1716</guid>
		<description><![CDATA[<br/>             สิ่งที่ต้องคำนึงถึงประการแรกคือ หนังสือ ต้องคัดเลือกหนังสือที่ถูกใจเด็ก ตรงกับความสนใจตามวัยของเด็ก ไม่ควรเลือกหนังสือที่ผู้ใหญ่ชอบเป็นหลัก และต้องไม่มุ่งยัดเยียดความรู้เพียงอย่างเดียว เด็กๆไม่ได้ต้องการความรู้ เด็กต้องการความสนุก แต่เราจะเลือกหนังสืออย่างไรให้เด็กสนุกและสนใจ พร้อมๆกับให้เด็กได้เรียนรู้ได้ด้วย เพราะลำพังหนังสือที่มีแต่ความสนุกเพียงประการเดียว ก็อาจจะไม่ใช่หนังสือที่ดีและเหมาะสมจะนำมาเข้าไว้ในห้องสมุด                 ประการที่สองคือสภาพแวดล้อม ห้องสมุดที่เด็กอยากเข้านั้นต้องดูสนุก อยู่สบายและเป็นมิตร อยากนอนก็นอนได้ อยากเล่นก็เล่นได้ อยากวิ่งก็วิ่งได้ (สภาพรอบๆห้องสมุดจึงเป็นเรื่องจำเป็น) ห้องสมุดเด็กและครอบครัวจึงเต็มไปด้วยระเบียงใต้ร่มไม้ มีหมอนมีเสื่อให้ยืม มีมุมส่วนตัวให้ครอบครัวไปนอนอ่านหนังสือกันตามสบาย ห้องสมุดสำหรับเด็กจึงต้องทำให้บรรยากาศเป็นบ้าน เหมือนอยู่บ้านตนเอง                ประการที่สามคือกิจกรรม ห้องสมุดเด็กต้องมีกิจกรรมเล็กๆน้อยๆให้สมาชิกอยู่เสมอ เพราะการมีหนังสือดีๆจำนวนมาก และบรรยากาศแวดล้อมสบายๆโดยไม่มีกิจกรรมเสริม ก็สร้างประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ และพร้อมจะเงียบเหงา กิจกรรมที่สำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้คือ ต้องมีคนอ่านหนังสือให้เด็กๆฟังเป็นประจำสม่ำเสมอ เจ้าหน้าที่ห้องสมุดต้องไม่ปฏิบัติตนเป็นผู้ดูแลหนังสือเช่นห้องสมุดสำหรับผู้ใหญ่ แต่เป็นนักจัดกิจกรรมสำหรับการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็ก รวมถึงกิจกรรมกระตุ้นการอ่านด้วย                   การจัดกิจกรรมให้หลากหลายเป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่จะไม่ปล่อยให้ห้องสมุดเป็นเพียงห้องเก็บหนังสือ และเงียบเหงาจนค่อยปิดตัวเองไปในที่สุด               เป็นกิจกรรมที่ทำได้ไม่ยากเลยนะคะ  สำหรับแนวคิดประสบการณ์ตรงจากสมาคมไทสร้างสรรค์ หวังว่าจะเป็นข้อมูลความรู้นำไปปรับใช้ได้อย่างตรงจุดค่ะ ที่มา : สมาคมไทสร้างสรรค์    http://www.taiwisdom.org]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookandreading.com/kids-library/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>108 หนังสือดี เปิดหน้าต่างแห่งโอกาสในการพัฒนาเด็กปฐมวัย</title>
		<link>http://www.bookandreading.com/108book/</link>
		<comments>http://www.bookandreading.com/108book/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 May 2011 11:27:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wearehappy</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีส่งเสริมการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อส่งเสริมการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[การอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทาน]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือดี]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าต่างแห่งโอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[อ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookandreading.com/?p=1699</guid>
		<description><![CDATA[<br/>                แผนงานส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่าน และ สสส. เปิดตัวหนังสือ &#8220;หนังสือคัดสรร 108 หนังสือดี เปิดหน้าต่างแห่งโอกาสในการพัฒนาเด็กปฐมวัย&#8221; โดยแบ่งตามช่วงวัยตั้งแต่ 0 &#8211; 6 ปี หนังสือที่ผ่านการคัดเลือกทั้งหมดน่าอ่านและสามารถนำมาเล่าให้ลูกๆ หรือนักเรียนเล็ก ๆ ในระดับปฐมวัยได้รับฟังเพื่อเติมความเบิกบานแก่เด็กๆ และเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการในด้านต่างๆ ของเด็กต่อไปในอนาคต รายชื่อ 108 หนังสือดีระดับปฐมวัย (2554) อายุ 0-2 ปี1. ของขวัญแสนวิเศษ2. พ่อจ๊ะ พ่อจ๋า3. แม่จ๊ะ แม่จ๋า4. ยามเช้าเบิกบาน5. รู้ไหม..หนูชอบทำอะไรกับพ่อ6. รู้ไหม&#8230;หนูชอบทำอะไรกับแม่7. ลูกจ๊ะ ลูกจ๋า8. สวัสดี สวัสดี อายุ 1-3 ปี9. ขอหนูหลับหน่อย10. เท้าไม่ได้มีไว้เตะ11. นับหนึ่งถึงอร่อย12. ป๋อมแป๋มกลัวน้ำ13. ฟันไม่ได้มีไว้กัด14. มือไม่ได้มีไว้ตี15. ลูกเจี๊ยบ 5 ตัว16. อั้นไม่ไหว ขอไปด้วย17. กบยู่อวดดี/กบมี่ถ่อมตัว(นิทานกลับหัว)18. กุ๊กไก่ปวดท้อง19. [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookandreading.com/108book/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนังสือภาพ กับลูก</title>
		<link>http://www.bookandreading.com/picturebookforkids-2/</link>
		<comments>http://www.bookandreading.com/picturebookforkids-2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 Apr 2011 04:53:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wearehappy</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีส่งเสริมการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookandreading.com/?p=1683</guid>
		<description><![CDATA[<br/>      หนังสือภาพมีความสำคัญมากต่อพัฒนาการของลูก เปรียบได้กับอาหารมื้อหนึ่งของวันที่เป็นอาหารมื้อสำคัญ เพราะเป็นทั้งอาหารสมองและอาหารใจ แต่กับความสำคัญนี้หากคุณพ่อคุณแม่เลือกใช้ไม่ตรงวัย หนังสือภาพ หรือนิทานก็จะให้คุณค่ากับเด็กได้ไม่เต็มที่ วันนี้เรามีเทคนิคเลือกใช้หนังสือภาพให้ตรงวัยถูกใจลูกมาฝากทุกบ้านกันครับ                เมื่อพูดถึง &#8220;หนังสือภาพ&#8221; คือ สื่อการสอนภาษาที่ดีเลิศ เด็กทุกคนควรมีโอกาสฟังนิทานก่อนนอนจากคุณพ่อคุณแม่ แต่การจะเลือกหนังสืออ่านนั้น พ่อแม่ควรเลือกอย่างระมัดระวังด้วย เนื่องจากเด็กในแต่ละวัยมีความสามารถในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ทำให้การเลือกหนังสือต้องสอดรับกับช่วงวัย หรือพัฒนาการของเด็กด้วย              หนังสือภาพสำหรับเด็กวัย 0-3 ขวบ                หนังสือภาพสำหรับเด็กวัยทารก ไม่ใช่หนังสือสำหรับอ่าน แต่เด็กจะสนใจหนังสือภาพเหมือนของเล่นชิ้นหนึ่งครับ ซึ่งจะเห็นเป็นของสี่เหลี่ยมที่มีภาพติดอยู่ และเปิดได้ พอเปิดเข้าไปดูข้างในก็มีภาพต่าง ๆ หลากสีเรียงรายกันอยู่ในแต่ละหน้า เด็กจะรู้สึกสนุกกับการค้นพบสิ่งที่น่าสนใจนี้ เช่น ถ้าเปิดหน้าไหนแล้วพบภาพสิ่งที่เด็กรู้จัก เช่น แมว สุนัข รถ กล้วย ส้ม เด็กจะยิ่งสนใจมาก และส่งเสียงร้อง บื๋อ บื๋อ เมื่อเห็นภาพรถ เลียนเสียงเห่า บ๊อก บ๊อก เมื่อเห็นภาพสุนัข และใช้นิ้วจิ้มภาพเหล่านั้นด้วยความดีใจ                ดังนั้นหนังสือภาพที่เหมาะสม ควรเป็นหนังสือภาพที่มีสัตว์ ผัก [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookandreading.com/picturebookforkids-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เลือกหนังสือให้น้องหนูอนุบาล</title>
		<link>http://www.bookandreading.com/bookforpreschool/</link>
		<comments>http://www.bookandreading.com/bookforpreschool/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 Apr 2011 04:16:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wearehappy</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีส่งเสริมการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านหนังสือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookandreading.com/?p=1677</guid>
		<description><![CDATA[<br/>&#8220;ความสำคัญของหนังสือคือ เป็นตัวเสริมกระบวนการเรียนรู้ของเด็ก หลังจากที่ครูหรือพ่อแม่สอนลูกเรื่องต่างๆ ด้วยการบอกเล่า พูดคุย หรือให้เขาได้สัมผัสกับของจริง ถ้าเด็กได้ฝึกทำแบบฝึกหัดไปด้วย เท่ากับเป็นการทบทวนความรู้ที่เด็กๆ ได้เรียนรู้มาในแต่ละวัน&#8221; คำแนะนำของ ผศ.ดร.ธัญสุตา จิรกิตตยสกร ผู้เชี่ยวชาญด้านปฐมวัย และผู้ออกแบบสื่อการเรียนการสอนสำนักพิมพ์นวตสาร       แม้หนังสือจะเป็นเพียงตัวเสริมกระบวนการเรียนรู้ของเด็กๆ แต่ก็จำเป็นต้องมีคุณภาพมาตรฐาน โดยมีการทดลองวิจัยว่าสามารถส่งเสริมพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กๆ ได้ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สติปัญญา รวมทั้งสอดคล้องกับพัฒนาการตามวัยของเด็ก ซึ่งทั้งหมดนี้พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถศึกษาได้จากวัตถุประสงค์การจัดทำหนังสือที่ระบุอยู่ในหนังสือแต่ละเล่ม อย่างไรก็ตาม การใช้หนังสือไม่ว่าจะเตรียมความพร้อม หรือเสริมสร้างประสบการณ์ สิ่งสำคัญคือการดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองและครูผู้สอน ซึ่งควรสอนลูกอย่างใกล้ชิด ยิ่งหากมีอุปกรณ์เสริมการเรียนรู้ก็จะยิ่งทำให้เด็กสนุกสนาน ตื่นเต้นกับการเรียนรู้ในเรื่องนั้นๆ      หลักการเลือกหนังสือและสื่อการเรียนรู้ให้กับลูกวัยอนุบาล      -เริ่มจากสังเกตด้วยตาก่อนว่า รูปภาพและภาพประกอบต่างๆ ต้องเหมาะกับเด็กอนุบาลคือ ความเป็นธรรมชาติ สามารถช่วยเสริมจินตนาการของเด็กได้ เช่น เป็นรูปร่างหน้าตาอ่อนหวาน ดูแล้วมีความสุข      -เปิดดูทีละหน้า ควรระบุวัตถุประสงค์การเรียนรู้ให้ทราบ และด้านล่างมีคำสั่งประกอบ ถ้าเด็กอ่านแล้วไม่เข้าใจ ผู้ปกครองสามารถเสริมให้กับเด็กได้ เพราะการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างพ่อ แม่ ลูก เป็นการเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัว      -แบบฝึกหัดภายในเล่ม ควรเลือกจำนวนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็ก คือไม่ควรมากเกินไป เพราะทำให้เด็กเบื่อหน่าย       การเรียนรู้ของเด็กในวัยอนุบาลควรเรียนรู้แบบหนึ่งวัน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookandreading.com/bookforpreschool/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สอนลูกอ่านหนังสืออย่างไรให้ฉลาด</title>
		<link>http://www.bookandreading.com/bookstart-2/</link>
		<comments>http://www.bookandreading.com/bookstart-2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 20 Apr 2011 02:00:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wearehappy</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีส่งเสริมการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[รักการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[อ่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookandreading.com/?p=1672</guid>
		<description><![CDATA[<br/>สำหรับประเทศญี่ปุ่นแล้วเชื่อมั้ยคะว่า การอ่าน &#8220;การ์ตูน&#8221; หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า มังงะ นั้นเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนญี่ปุ่นได้มากเชียวล่ะค่ะ  และการ์ตูนญี่ปุ่นก็ยังทำให้เกิดจินตนาการ ทำให้คนญี่ปุ่นเกิดความคิดสร้างสรรค์ ผลิตสิ่งใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องจนประเทศญี่ปุ่นสามารถพัฒนาตัวเองไปสู่ความเป็นผู้นำในด้านต่างๆ นั่นเองค่ะ   หนังสือการ์ตูนนั้นคิดเป็นร้อยละ 40 ของตลาดสิ่งพิมพ์ทั้งหมดของญี่ปุ่นเชียวนะคะ โดยในประเทศญี่ปุ่นนั้นถ้าสังเกตดูเราจะพบคนญี่ปุ่นอ่านหนังสือการ์ตูนได้ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นบนรถโดยสาร ร้านอาหาร ป้ายรถเมล์ ซึ่งหนังสือการ์ตูนของญี่ปุ่นนั้นก็มีหลากหลายแนวค่ะ ก็เลยตอบสนองทุกลุ่มเป้าหมายได้อย่างโดนใจ และไม่ใช่แค่หนังสือการ์ตูนนะคะ คนญี่ปุ่นเขายังนิยมอ่านหนังสืออื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นนิตยสาร หนังสือพิมพ์ พอคเก็ตบุ๊คส์ ซึ่งด้วยนิสัยรักการอ่านนี่ล่ะค่ะที่ทำให้ญี่ปุ่นพัฒนาอย่างรวดเร็ว เพราะการอ่านหนังสือนอกจากจะทำให้ให้มีความรู้ เปิดวิสัยทัศน์ให้กว้างแล้ว ยังทำให้เกิดจินตนาการในการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์และสิ่งใหม่ๆ รวมถึงเป็นคนที่ทันสมัยทันโลกอยู่ตลอดเวลาด้วยค่ะ การอ่านหนังสือเป็นประตูสู่การเรียนรู้ที่สำคัญค่ะ และจะทำให้เด็กได้พัฒนาศักยภาพเพิ่มพูนความรู้ และนำไปสู่ความฉลาดในที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้ล่ะค่ะ คือความฉลาดแบบคนญี่ปุ่น ที่คุณแม่คนไทยอย่างเราทำตามได้ไม่ยากเลยค่ะ เพื่อให้ลูกของเราเป็นเด็กที่ฉลาดและพัฒนาการดีทั้งกายและใจไม่แพ้ชาติไหนในโลก โครงการ Book Start ในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีโครงการ Book Start โดยเป็นโครงการที่สนับสนุนการอ่านหนังสือให้กับเด็กๆเล็กฟัง โดยญี่ปุ่นประกาศให้ปี พ.ศ. 2543 เป็น &#8221; ปีแห่งการอ่านของเด็ก&#8221; ได้นำโครงการ Book Start [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookandreading.com/bookstart-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หมอประเวศ” แนะรัฐหนุนหนังสือดี สร้างชมรมรักการอ่านทุกหมู่บ้าน</title>
		<link>http://www.bookandreading.com/bookreading/</link>
		<comments>http://www.bookandreading.com/bookreading/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 19 Apr 2011 08:45:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีส่งเสริมการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[รักการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[วาระแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[อ่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookandreading.com/?p=1665</guid>
		<description><![CDATA[<br/>“หมอประเวศ” แนะยกวาระแห่งชาติ เรื่องการอ่านต้องทำอย่างจริงจัง เน้นกลุ่มทำงานด้านยุทธศาสตร์ เสนอ 5 ประเด็นขับเคลื่อน ส่งเสริมผลิตหนังสือดี สร้างชมรมรักการอ่าน ห้องสมุดชุมชนทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ แจกการบ้านเด็กเน้นการอ่าน  ใช้การสื่อสารมาส่งเสริมการอ่านทุกชนิด พร้อมจัดประกวดการอ่านทุกระดับ                           วันนี้ (8 เม.ย.) ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต (มสด.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการเปิดประชุมสัมมนาวิชาการ เรื่อง “หนังสือ สื่ออ่านและการอ่าน กลไกและเครื่องมือปฏิรูป” ว่า ตนเชื่อว่า การอ่านเป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างองค์ความรู้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้ผลักดันส่งเสริมในเรื่องการอ่าน และได้กำหนดให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ และจะได้ช่วยสร้างให้สังคมเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ซึ่งตนคิดว่าการอ่านเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะช่วยกันขับเคลื่อนอย่างไรให้การอ่านเป็นของคนไทย ดังนั้น จะต้องสร้างความตระหนักรู้ให้กับสังคม และสร้างแรงขับเคลื่อนในเรื่องนี้ ซึ่งจากการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการอ่าน เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เมื่อเร็วๆ นี้ ได้เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์ผลักดันเรื่องการอ่านในหลายเรื่อง เช่น ส่งเสริมบรรยากาศ และสิ่งแวดล้อมการอ่าน การสร้างเครือข่ายการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อสร้างเสริมลักษณะนิสัยรักการอ่าน เป็นต้น ซึ่งในส่วนของ ศธ.ได้พยายามจัดระบบการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เพื่อให้สอดรับกับการกำหนดการอ่านให้เป็นวาระแห่งชาติ               ด้าน นพ.ประเวศ วะสี  ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิเด็ก กล่าวตอนหนึ่งในการแสดงปาฐกถาพิเศษ “หนังสือ สื่ออ่านและการอ่าน : กลไกและเครื่องมือสร้างฐานภูมิปัญญาของแผ่นดิน” [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookandreading.com/bookreading/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เคล็ดลับท่องบ่นอาขยานแบบเก่า</title>
		<link>http://www.bookandreading.com/read/</link>
		<comments>http://www.bookandreading.com/read/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Feb 2011 08:05:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีส่งเสริมการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องจำ]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการอ่านหนังสือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookandreading.com/?p=1617</guid>
		<description><![CDATA[<br/>วารสารวิชาการ &#8220;วิทยาศาสตร์&#8221; ของสหรัฐฯรายงานว่า นักวิจัยมหาวิทยาลัยเปอร์ดิว ในอเมริกาศึกษาพบว่า   วิธีการเรียนการสอนแบบปัจจุบันสู้แบบเก่าที่ให้ท่องสูตรคูณหรือบทอาขยานกันทุกวันไม่ได้ พวกเขาเชื่อว่า   การให้นักเรียนท่องข้อเท็จจริง หลังเรียนจบ เหนือกว่าวิธีการเรียนสไตล์ใหม่ต่างๆ   รายงานผลการศึกษากล่าวตอนหนึ่งว่า  &#8220;การท่องง่ายๆ ดูเหมือนจะช่วยเชื่อมความรู้ให้ติดกับความจำแนบแน่นขึ้น ติดฝังอยู่อย่างถาวร เพื่อจะได้นำมาใช้ในภายหลัง&#8221; &#8220;ครูสมัยปัจจุบันหลายคนดูเหมือนจะพึ่งเทคนิคการเรียน  ที่อาศัยแนวความคิดหรือการทำผังความคิดเป็นหลัก  เพื่อจะทำให้นักเรียนจดจำความรู้ที่ได้เรียนไปส่วนใหญ่ ด้วยการประดิดประดอยวาดแผนผัง แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของคำ  ความคิด  และภารกิจต่างๆ รายงานผลการศึกษาสรุปว่า   จากการทดสอบสองหนซ้อน   พบว่า   วิธีการดังกล่าว  ได้ผลน้อยกว่าการทดสอบและการท่องจำอย่างง่ายๆไม่ได้&#8221;. ที่มา : ข่าวการศึกษา  นสพ.ไทยรัฐ ประจำวันที่  4 กุมภาพันธ์ 2554]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookandreading.com/read/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คอมพิวเตอร์ให้โทษ นักเรียนวัยรุ่นพากันอ่อนเลขและการอ่าน</title>
		<link>http://www.bookandreading.com/computer/</link>
		<comments>http://www.bookandreading.com/computer/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 Jan 2011 02:57:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wearehappy</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีส่งเสริมการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[การอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[การอ่านของเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[การอ่านที่มีประสิทธิภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความสามารถในการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ปัจจัยในการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookandreading.com/?p=1568</guid>
		<description><![CDATA[<br/>สำนักข่าวออนไลน์ที่อังกฤษ เปิดเผยว่า ผลการสำรวจนักเรียนวัยตั้งแต่ 10 ขวบเป็นต้นไป จำนวนกว่า ครึ่งล้าน ทำให้ทราบว่าเทคโนโลยีกลับถ่วงความก้าวหน้าในผลสำเร็จของนักเรียนวัยรุ่น พวกเขาต่างอ่อนเลขและการเขียนอ่านเป็นแถว การศึกษาผลสำรวจส่อให้รู้ว่าการให้เด็กวัย 10 ขวบขึ้นไปใช้คอมพิวเตอร์ เป็นผลเสียหายเรื้อรังและเกี่ยวโยงกับผลเสียขนาดปานกลาง แต่ก็มีนัยสำคัญทางสถิติ ในการสอบทำคะแนนวิชาเลขและการอ่าน นายจาคอบ วิกเดอร์ ผู้เรียบเรียงรายงาน กล่าว ว่า &#8220;นักเรียนชั้นระดับ 5-8 ที่มีโอกาสใช้คอมพิวเตอร์เมื่ออยู่บ้าน มักได้คะแนนไม่ดีในการทดสอบเลขและการอ่านอย่างต่อเนื่อง&#8221; และเสริมว่า &#8220;ผู้บริหารโรงเรียนที่พยายามจะให้ลูกศิษย์ได้คะแนนดีขึ้น จะพบหลักฐานว่าการที่เด็กได้มีโอกาสใช้คอมพิวเตอร์ กลับเป็นผลเสีย&#8221; เขาได้ระบุว่า &#8220;เหตุที่เด็กยุ่งกับคอมพิวเตอร์ เรียนไม่ดี ก็เพราะทำให้ขาดสมาธิได้ ง่ายๆ กลับเอาเวลาไปคบหาสมาคมกับเพื่อนฝูงและเล่นเกมเสีย&#8221; เขายังได้แนะนำว่า ผู้ปกครองควรจะติดตามเด็กให้ใกล้ชิดขึ้น และมั่นใจว่าเด็กมีเวลาว่างน้อยลง คอมพิวเตอร์ก็อาจจะให้คุณได้. ที่มา : http://www.thairath.co.th]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookandreading.com/computer/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ดึงเด็กรักการอ่าน</title>
		<link>http://www.bookandreading.com/lovereading-2/</link>
		<comments>http://www.bookandreading.com/lovereading-2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 05 Jan 2011 02:39:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wearehappy</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีส่งเสริมการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[Read]]></category>
		<category><![CDATA[การอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[การเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[นิทาน]]></category>
		<category><![CDATA[รักการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าต่างแห่งโอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสมุด]]></category>
		<category><![CDATA[อ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[เล่านิทาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookandreading.com/?p=1564</guid>
		<description><![CDATA[<br/>       ณ เวลานี้ ถ้าพูดถึงเรื่องการปลูกฝังให้เด็กๆ รักการอ่าน ที่ยังเป็นปัญหาของเด็กไทยจำนวนไม่น้อย แม้จะมีการรณรงค์กันอย่างต่อเนื่องทั้งการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การประกวดต่างๆ นานา ซึ่งบ้างก็ได้รับผลตอบรับที่ดี บ้างก็คว้าน้ำเหลวไปตามๆ กัน เพราะเด็กแบนความสนใจไปหาสิ่งอื่นมากกว่า แต่ถ้าเป็น &#8220;โรงเรียนคลองพิทยาลงกรณ์&#8221; เขตบางขุนเทียน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ชานเมืองของกรุงเทพมหานคร เมื่อมองไปทางไหนก็เจอแต่กลุ่มของเด็กๆ ที่สนใจอ่านหนังสือกันอย่างขมักเขม้น                &#8220;กฤตพล ลอมาลี&#8221; บรรณารักษ์ประจำห้องสมุด โรงเรียนคลองพิทยาลงกรณ์ เล่าถึงเหตุผลที่เด็กๆ โรงเรียนคลองพิทยาลงกรณ์ให้ความสนใจและชอบอ่านหนังสือกันเป็นจำนวนมากว่า อาจเกิดจากแนวคิดที่โรงเรียนมีการจัดห้องสมุดที่แบ่งแยกกันอย่างชัดเจน โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ ห้องสมุดระดับชั้นอนุบาล, ห้องสมุดระดับช่วงชั้นที่ 1 ที่เปิดให้บริการกับเด็กชั้นประถมศึกษาตอนต้น และห้องสมุดระดับช่วงชั้นที่ 2 ที่ให้บริการสำหรับเด็กชั้นประถมศึกษาตอนปลาย เพื่อให้เด็กทุกคนได้เข้าถึงหนังสือ และมาใช้บริการอย่างเป็นกันเอง เพราะหากเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ที่เปิดให้เด็กๆ ใช้บริการร่วมกัน เด็กเล็กจะไม่ค่อยเข้ามาใช้บริการห้องสมุด เนื่องจากพวกเขาจะรู้สึกกลัวหรืออายเด็กๆ ที่โตกว่า อีกอย่างการจัดห้องสมุดแบบรวมอาจจะทำให้เด็กเล็กเลือกอ่านหนังสือที่ยังไม่เหมาะสมกับวัย               &#8220;ห้องสมุดแต่ละห้องจะมีความโดดเด่นเฉพาะตัว เช่น ห้องสมุดระดับชั้นอนุบาล จะเน้นเป็นหนังสือนิทานส่งเสริมการอ่าน นิทานสุภาษิต และมีของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก รวมถึงมีกิจกรรมต่างๆ ที่ให้เด็กได้ร่วมสนุก เช่น การเล่านิทานผ่านการเชิดหุ่น [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookandreading.com/lovereading-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

