<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title> &#187; บทความ</title>
	<atom:link href="http://www.bookandreading.com/category/document/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.bookandreading.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 19 Sep 2011 10:17:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.4</generator>
		<item>
		<title>วิจัยพบคอมพิวเตอร์ทำลายทักษะการอ่านของเด็ก!</title>
		<link>http://www.bookandreading.com/readabook-computer/</link>
		<comments>http://www.bookandreading.com/readabook-computer/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 Jul 2011 11:25:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wearehappy</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การอ่านของเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านผ่านคอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการอ่านหนังสือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookandreading.com/?p=1863</guid>
		<description><![CDATA[<br/>วิจัยพบ เด็กที่ใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่บ้านเป็นเวลานาน ๆ นั้น จะทำลายความสามารถในการอ่านของเด็กลง อาจเป็นอีกหนึ่งงานวิจัยที่ &#8220;ไม่ได้ใจ&#8221; จากแวดวงอุตสาหกรรมไอทีไปมากนัก เมื่อมีคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยโกเทนเบิร์ก ประเทศสวีเดน ได้ทำการวิเคราะห์ทักษะการอ่านของเด็กอายุ 9 &#8211; 10 ปีในฮังการี อิตาลี สหรัฐอเมริกา สวีเดน และพบว่า ตั้งแต่ปี 1991 เป็นต้นมา ความสามารถในการอ่านของเด็กมีการพัฒนาขึ้นในอิตาลี และฮังการี ขณะที่ประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา และสวีเดน ทักษะดังกล่าวของเด็กตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจากการสำรวจพบว่า เด็กในสองประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา และสวีเดน มีอัตราการใช้คอมพิวเตอร์ในเวลาว่างสูงที่สุดในกลุ่มเด็ก ๆ ที่ถูกวิจัยด้วย หัวหน้าคณะวิจัย ศาสตราจารย์โมนิก้า รอส กล่าวว่า การศึกษาของเราแสดงให้เห็นว่า การที่คอมพิวเตอร์เข้ามาบุกถึงประตูบ้านมีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบงานอดิเรกของเด็กไป และการเปลี่ยนแปลงนั้น ส่งผลให้ทักษะการอ่านของพวกเขาไม่พัฒนาเท่ากับเด็กในอดีต &#8220;หากเปรียบเทียบเด็กในแต่ละประเทศแล้ว เราพบความเชื่อมโยงที่ไม่น่าดีใจนัก นั่นคือ ในขณะที่การใช้คอมพิวเตอร์ในยามว่างของเด็ก ๆ เพิ่มขึ้น ความสามารถในการอ่านของพวกเขาก็ลดลง&#8221; นอกจากนั้น การวิจัยยังแสดงตัวเลขของการเข้าอ่าน และการยืมหนังสือจากห้องสมุดด้วยว่าลดลงอย่างมาก เมื่อเด็ก ๆ มีคอมพิวเตอร์ใช้ที่บ้าน ทั้งนี้ทั้งนั้น [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookandreading.com/readabook-computer/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นักอ่านฮิตยืมหนังสือดิจิทัล</title>
		<link>http://www.bookandreading.com/library-lending/</link>
		<comments>http://www.bookandreading.com/library-lending/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 26 Jul 2011 10:24:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wearehappy</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookandreading.com/?p=1847</guid>
		<description><![CDATA[<br/>การยืมหนังสือก้าวเข้ามามีบทบาทในยุคดิจิทัลแล้ว ในขณะที่ห้องสมุดและนักอ่านทั้งหลายก็หันไปหาหนังสืออิเล็คทรอนิคส์มากขึ้น  ผู้บริโภคที่หนีบเครื่องอ่านหนังสืออิเล็คทรอนิคส์อยู่ใต้วงแขน ถือสมาร์ตโฟนอยู่ในมือข้างหนึ่ง และมีเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาที่ต่ออินเทอร์เน็ตได้วางอยู่ตรงหน้า เริ่มหันมายืมหนังสือดิจิทัลจากห้องสมุดในท้องถิ่นหรือเพื่อนในกลุ่มของตัวเองกันมากขึ้น   เป็นเวลานานสิบๆ ปีมาแล้ว ที่นักอ่านแต่ละคนสามารถเพลิดเพลินไปกับการแลกหนังสือนวนิยายเล่มโปรดอ่านกันในหมู่เพื่อนหรือภายในครอบครัว แต่เมื่อหนังสืออิเล็คทรอนิคส์ได้ถือกำเนิดขึ้นและได้รับความนิยมล้นหลามมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับสำนักพิมพ์ที่กังวลเกี่ยวกับการอยู่รอดของหนังสือ และปัญหาทางด้านการจัดการลิขสิทธิ์ดิจิทัล ก็ทำให้การยืมหนังสือได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปสู่ระดับขั้นที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม   อันที่จริงแล้วการแลกกันอ่านหนังสืออิเล็คทรอนิคส์นั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นเสมอไป บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon และเว็บไซต์ eBookLendingLibrary.com ก็กำลังผลักดันให้การยืมหนังสือกลับมาเป็นกิจกรรมที่ฮิตในหมู่คนส่วนใหญ่อีกครั้ง เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา Amazon ประกาศว่าบริษัทจะเปิดตัว Kindle Library Lending เร็วๆ นี้ โดยที่ฟีเจอร์ใหม่นี้จะทำให้ผู้ใช้งาน Kindle หรือคนที่ใช้แอพพลิเคชั่น Kindle ฟรี สำหรับ Android, iPad, iPod Touch, iPhone, PC, Mac, BlackBerry และ Windows Phone ทั้งหลาย สามารถยืมหนังสือดิจิทัลจากห้องสมุดในท้องถิ่นและนำมาเก็บเอาไว้ชั่วคราวในอุปกรณ์อ่านหนังสืออิเล็คทรอนิคส์ของตัวเองได้อย่างสะดวกและง่ายดาย จะแตกต่างจากหนังสือเป็นเล่มๆ ที่เรายืมมาจากห้องสมุดก็ตรงที่ ผู้ยืมสามารถขีดเขียนจดโน้ตลงไปบนหนังสือที่ยืมมาได้  นอกจากนี้ Amazon [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookandreading.com/library-lending/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เครื่องอ่านอีบุ๊ก ยังไม่เหมาะสำหรับนักเรียน</title>
		<link>http://www.bookandreading.com/e_book/</link>
		<comments>http://www.bookandreading.com/e_book/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 26 Jul 2011 10:16:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wearehappy</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookandreading.com/?p=1842</guid>
		<description><![CDATA[<br/>ผลการศึกษาระยะยาวพบว่าเครื่องอ่านหนังสืออิเล็คทรอนิคส์ หรือ อี รีดเดอร์ ไม่เหมาะสำหรับนักเรียนในสหรัฐฯ   ผลการศึกษาระบุว่านักเรียนในสหรัฐอเมริกายังไม่พร้อมที่จะนำเครื่องอ่านหนังสืออิเล็คทรอนิคส์เข้ามาใช้ในการเรียนหนังสืออย่างเต็มตัว แม้ว่ายอดขายหนังสือดิจิทัลจะเพิ่มสูงขึ้นในอีกหลายๆ พื้นที่ทั่วโลกก็ตาม   การศึกษาระหว่างเครื่องอ่านหนังสืออิเล็คทรอนิคส์และโครงการด้านการศึกษาของนักเรียนในมหาวิทยาลัย 7 แห่งของสหรัฐอเมริกา เป็นระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมานั้น ได้เทความสนใจไปที่เครื่องอ่านหนังสืออิเล็คทรอนิคส์ Kindle DX ของ Amazon และในบรรดามหาวิทยาลัย 7 แห่งที่เข้าร่วมการทดลองนั้น มหาวิทยาลัย University of Washington (UW) เป็นมหาวิทยาลัยที่ร่วมการทดลองแบบลงรายละเอียดลึกที่สุด การทดลองครั้งนี้ได้มีการสัมภาษณ์นักศึกษา 39 คน เกี่ยวกับลักษณะนิสัยในการอ่านหนังสือของพวกเขา (ทั้งที่ใช้และไม่ใช้เครื่องอ่านหนังสืออิเล็คทรอนิคส์) ภายในระยะเวลา 9 เดือน และถึงแม้ว่าการทดลองครั้งนี้จะมุ่งเน้นที่ Kindle DX แต่นักวิจัยก็ได้ประกาศไว้อย่างชัดเจนว่าการทดลองไม่ได้มีขึ้นเพื่อประเมินผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้แต่อย่างใด แต่จัดทำขึ้นเพื่อศึกษานิสัยการอ่านหนังสืออิเล็คทรอนิคส์ของนักเรียนเท่านั้น University of Washington เปิดเผยผลจากการศึกษาครั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ว่า เครื่องอ่านหนังสืออิเล็คทรอนิคส์นั้นยังไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้แทนหนังสือเรียนแบบปกติ เนื่องด้วยเหตุผลหลายประการด้วยกัน เช่น การที่เครื่องอ่านหนังสืออิเล็คทรอนิคส์ไม่สามารถรองรับการจดโน้ตได้ และไม่สะดวกสำหรับใช้ในการค้นหาแหล่งอ้างอิง หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถนำเครื่องอ่านอิเล็คทรอนิคส์เข้ามาใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่ก็คือ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookandreading.com/e_book/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปลูกฝังภาษาที่สองให้ลูกรัก</title>
		<link>http://www.bookandreading.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a5%e0%b8%b9/</link>
		<comments>http://www.bookandreading.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a5%e0%b8%b9/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 Jul 2011 11:49:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wearehappy</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookandreading.com/?p=1818</guid>
		<description><![CDATA[<br/>ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันภาษาอังกฤษเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว การสร้างรากฐานด้านภาษาอังกฤษให้แก่เด็กอย่างแข็งแรง ถือเป็นพันธสัญญาอันยิ่งใหญ่ที่พ่อแม่ต้องมอบให้แก่ลูกน้อย และเพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพด้านภาษาให้กับเด็กแบบสมวัย บริษัท คลับอะคาเดเมีย จำกัด นำโดย นิพัทธ์ อึ้งปกรณ์แก้ว ผู้ถือลิขสิทธิ์โรงเรียนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กปฐมวัย พิงกุส์ จากประเทศอังกฤษ จึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญการศึกษา เด็กปฐมวัย มาให้คำแนะนำในการสร้างพื้นฐานภาษาที่สองให้แก่ลูกรักในงาน &#8220;The Grand Opening Pingu&#8217;s English School Central Plaza KhonKaen&#8221; เมื่อเร็วๆ นี้ โดยอาจารย์สุกัญญา กาญจนกิจ ผู้เชี่ยวชาญการศึกษาเด็กปฐมวัยกว่า 30 ปี และอดีตอาจารย์ประจำสาขาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เด็กไทย (บางคน) ไม่ชอบเรียนภาษาอังกฤษ เพราะเกิดจากพ่อแม่คาดหวังมากเกินไป ใจร้อนอยากจะให้ลูกพูด อ่าน เขียนได้เร็ว ซึ่งพ่อแม่ต้องเข้าใจด้วยว่า การเรียนภาษาของเด็กมีระยะเวลาการเรียนรู้ที่ไม่เท่ากัน โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะตามหลักพัฒนาการแล้ว เด็กเล็กจะสื่อสารและตอบโต้ได้ช้า แต่จะได้ยิน โดยเก็บข้อมูลจากสิ่งที่พ่อแม่พูด พอเด็กเริ่มพูดได้ เขาจะเกิดความเข้าใจ และเรียนรู้ได้เร็ว ส่วนเคล็ดลับในการเลือกสถาบันสอนภาษาอังกฤษให้กับลูกนั้น อ.สุกัญญา [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookandreading.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a5%e0%b8%b9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อ่านหนังสือให้หนูฟังหน่อย</title>
		<link>http://www.bookandreading.com/reading-3/</link>
		<comments>http://www.bookandreading.com/reading-3/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 Jul 2011 11:45:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wearehappy</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีส่งเสริมการอ่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookandreading.com/?p=1814</guid>
		<description><![CDATA[<br/>กลวิธีใช้หนังสือภาพอย่างสนุกและมีชีวิตชีวาเพื่อความสุขและความเพลิดเพลินของเด็ก ๆ เริ่มง่าย ๆ อย่างนี้นะค่ะ อ่านชื่อเรื่อง อ่านชื่อผู้แต่ง ชื่อผู้วาดอย่างชัดถ้อยชัดคำเพื่อฝึกให้เด็กเกิดความเคยชินในการอ่านตัวอักษรบนหน้าปกของหนังสือ ถือหนังสือให้มั่นคง แต่สามารถเคลื่อนไหวหนังสือได้อย่างอิสระ เปิดโอกาสให้เด็กได้ดูภาพเต็มตา   ทำความเข้าใจเนื้อเรื่อง จำเรื่องราวให้ได้ อ่านอย่างมีจังหวะ ออกเสียงตามอารมณ์ของถ้อยคำ ไม่จำเป็นต้องดัดเสียง การดัดเสียงทำให้เด็กดูสนุกก็จริง แต่อาจทำให้เด็กจดจ่ออยู่ที่ปากของผู้เล่า ไม่สนใจตัวหนังสือหรือภาพในหนังสือ ทำให้เด็กขาดโอกาสในการอ่านภาพ หรือทำความคุ้นเคยกับตัวอักษร การจับหรือการถือหนังสือ ผู้อ่านสามารถจับหรือถือได้ตามความถนัด มือหรือนิ้วของผู้อ่านจะต้องไม่บังหรือบดบังภาพน้อยที่สุด เพราะภาพทุกภาพในหนังสือเด็กล้วนมีความหมาย เด็ก ๆ ควรได้เห็นภาพทั้งหมดที่ปรากฏอยู่ในหน้าหนังสือ เคลื่อนไหวหนังสืออย่างเป็นธรรมชาติบ้างก็ได้ค่ะ ผู้อ่านสามารถขยับหนังสือโยกไปมาเบา ๆ ให้ดูคล้ายกับเรือกำลังลอยในกลางทะเลสอดคล้องกับเนื่องเรื่องที่อ่าน หรือเปิดปิดหน้าหนังสือแทนการเปิดปิดประตูตามเนื้อเรื่องที่อ่านก็สามารถชักชวนให้เด็ก ๆ สนุกได้มากขึ้นค่ะ ผลิตโดย แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookandreading.com/reading-3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เจาะเทรนด์การอ่านเกาหลีใต้ ในโซลบุ๊กแฟร์</title>
		<link>http://www.bookandreading.com/socialbookfair/</link>
		<comments>http://www.bookandreading.com/socialbookfair/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 Jul 2011 11:41:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wearehappy</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookandreading.com/?p=1810</guid>
		<description><![CDATA[<br/>เกาหลีใต้ เป็นประเทศหนึ่งที่การอ่านเข้มแข็งไม่น้อย รัฐบาลของเกาหลีสนับสนุนในทุกห่วงโซ่ของสิ่งพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของผู้พิมพ์ ผู้เขียน และผู้อ่านมาโดยตลอด ทั้งในด้านงบประมาณรวมถึงการสนับสนุนเชิงนโยบาย คนเกาหลีใต้เองก็ยอมรับเสมอว่า ความเข้มแข็งและความก้าวหน้าของประเทศในวันนี้ พื้นฐานหนึ่งที่สำคัญ คือ การได้อ่านหนังสือดี ๆ เพื่อจุดชนวนทางความคิดสร้างปัญญา ที่นำไปสู่การสร้างสังคมที่พัฒนาอย่างยั่งยืน มากกว่าเหวี่ยงแหเหวี่ยงเงินซื้อใจแบบฉาบฉวยกันตลอดเวลาเหมือนรัฐบาลบางประเทศทำ (สงสัยกลัวประชาชนจะฉลาดแล้วรู้ทัน) และเมื่อเทรนด์อีบุ๊คกำลังมาแรงขนาดนี้มีหรือที่เกาหลีใต้จะตกขบวน ในงาน โซล นเตอร์เนชั่นแนว บุ๊ก แฟร์ 2011 บุ๊กแฟร์ในโซนเอเชียที่วีความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน – 19 มิถุนายน เห็นชัดมากถึงเทรนด์ดังกล่าว ศิริธาดา กองภา เล่าว่างาน บุ๊กแฟร์ แบ่งออกเป็นสี่ส่วนหลัก ๆ และจัดขึ้นในสองฮอลล์ ฮอลล์แรกจะเป็นส่วนหนังสือทั่วไปของสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ซึ่งจะมีแต่เฉพาะสำนักพิมพ์ใหญ่เท่านั้นที่จะได้ออกบูธ เพราะค่าเช่าแพงมาก ส่วนสำนักพิมพ์เล็ก ๆ ไม่ค่อยมาออกบูธมากเพราะไม่คุ้มเท่าไหร่ เนื่องจากหนังสือที่เกาหลีนั้นสามารถหาซื้อได้ง่ายราคาก็ไม่แพงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ แถมตอนนี้ก็เริ่มมีร้านหนังสือจริง ๆ ที่เปิด 24 ชั่วโมงเหมือนไต้หวัน หรือถ้าไม่อยากออกไปข้างนอก ก็ซื้อจากอินเตอร์เน็ตได้อย่างไม่ยุ่งยาก [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookandreading.com/socialbookfair/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คุณสมบัติของเมืองหนังสือโลก</title>
		<link>http://www.bookandreading.com/world-book/</link>
		<comments>http://www.bookandreading.com/world-book/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 06 Jul 2011 12:26:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wearehappy</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookandreading.com/?p=1805</guid>
		<description><![CDATA[<br/>เมืองหนังสือโลก เริ่มเมื่อปี 2544 โดยยูเนสโกมอบรางวัลแห่งเกียรติยศ &#8220;เมืองหนังสือโลก&#8221; หรือ &#8220;World Book Capital&#8221; แก่เมืองที่ได้รับการคัดเลือกเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการเพียงปีละหนึ่งเมือง ในฐานะที่เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้และส่งเสริมการอ่าน และเพื่อให้สอดคล้องกับการเฉลิมฉลองให้วันที่ 23 เม.ย.ของทุกปีเป็น &#8220;วันหนังสือและลิขสิทธิ์โลก&#8221; (World Book and Copyright Day) เนื่องจากเห็นว่าหนังสือ คือสิ่งที่มีพลังอำนาจสูงสุดและมีประสิทธิ ภาพมากที่สุดในการกระจายความรู้และรักษาไว้ซึ่งความรู้นั้นๆ เพื่อมนุษยชาติ เมืองที่จะได้รับเลือกเป็นเมืองหนังสือโลกจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1. มีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศจนถึงระดับนานาชาติ 2. จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง โดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานวิชาชีพทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ อาทิ สมาคมนักเขียน สมาคมผู้จัดพิมพ์ สมาคมห้องสมุด สมาคมร้านขายหนังสือ เป็นต้น 3. มีโครงการสนับสนุนการพัฒนาหนังสือและการอ่าน 4. ส่งเสริมสนับสนุนในเรื่องเสรีภาพการแสดงออกทางความคิด ผู้คนในสังคมจัดพิมพ์และแจกจ่ายข้อมูลข่าวสารได้โดยอิสระ 5. เสนอโครงการและกิจกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นเมืองหนังสือโลกในปีที่จะประกวด]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookandreading.com/world-book/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>9 คุณูปการของการอ่าน</title>
		<link>http://www.bookandreading.com/bookgood/</link>
		<comments>http://www.bookandreading.com/bookgood/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Jun 2011 04:20:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wearehappy</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookandreading.com/?p=1724</guid>
		<description><![CDATA[<br/>]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookandreading.com/bookgood/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สร้างห้องสมุดอย่างไรให้ถูกใจเด็ก</title>
		<link>http://www.bookandreading.com/kids-library/</link>
		<comments>http://www.bookandreading.com/kids-library/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 May 2011 11:54:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wearehappy</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีส่งเสริมการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือดี]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือน่าอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสมุดเด็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookandreading.com/?p=1716</guid>
		<description><![CDATA[<br/>             สิ่งที่ต้องคำนึงถึงประการแรกคือ หนังสือ ต้องคัดเลือกหนังสือที่ถูกใจเด็ก ตรงกับความสนใจตามวัยของเด็ก ไม่ควรเลือกหนังสือที่ผู้ใหญ่ชอบเป็นหลัก และต้องไม่มุ่งยัดเยียดความรู้เพียงอย่างเดียว เด็กๆไม่ได้ต้องการความรู้ เด็กต้องการความสนุก แต่เราจะเลือกหนังสืออย่างไรให้เด็กสนุกและสนใจ พร้อมๆกับให้เด็กได้เรียนรู้ได้ด้วย เพราะลำพังหนังสือที่มีแต่ความสนุกเพียงประการเดียว ก็อาจจะไม่ใช่หนังสือที่ดีและเหมาะสมจะนำมาเข้าไว้ในห้องสมุด                 ประการที่สองคือสภาพแวดล้อม ห้องสมุดที่เด็กอยากเข้านั้นต้องดูสนุก อยู่สบายและเป็นมิตร อยากนอนก็นอนได้ อยากเล่นก็เล่นได้ อยากวิ่งก็วิ่งได้ (สภาพรอบๆห้องสมุดจึงเป็นเรื่องจำเป็น) ห้องสมุดเด็กและครอบครัวจึงเต็มไปด้วยระเบียงใต้ร่มไม้ มีหมอนมีเสื่อให้ยืม มีมุมส่วนตัวให้ครอบครัวไปนอนอ่านหนังสือกันตามสบาย ห้องสมุดสำหรับเด็กจึงต้องทำให้บรรยากาศเป็นบ้าน เหมือนอยู่บ้านตนเอง                ประการที่สามคือกิจกรรม ห้องสมุดเด็กต้องมีกิจกรรมเล็กๆน้อยๆให้สมาชิกอยู่เสมอ เพราะการมีหนังสือดีๆจำนวนมาก และบรรยากาศแวดล้อมสบายๆโดยไม่มีกิจกรรมเสริม ก็สร้างประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ และพร้อมจะเงียบเหงา กิจกรรมที่สำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้คือ ต้องมีคนอ่านหนังสือให้เด็กๆฟังเป็นประจำสม่ำเสมอ เจ้าหน้าที่ห้องสมุดต้องไม่ปฏิบัติตนเป็นผู้ดูแลหนังสือเช่นห้องสมุดสำหรับผู้ใหญ่ แต่เป็นนักจัดกิจกรรมสำหรับการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็ก รวมถึงกิจกรรมกระตุ้นการอ่านด้วย                   การจัดกิจกรรมให้หลากหลายเป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่จะไม่ปล่อยให้ห้องสมุดเป็นเพียงห้องเก็บหนังสือ และเงียบเหงาจนค่อยปิดตัวเองไปในที่สุด               เป็นกิจกรรมที่ทำได้ไม่ยากเลยนะคะ  สำหรับแนวคิดประสบการณ์ตรงจากสมาคมไทสร้างสรรค์ หวังว่าจะเป็นข้อมูลความรู้นำไปปรับใช้ได้อย่างตรงจุดค่ะ ที่มา : สมาคมไทสร้างสรรค์    http://www.taiwisdom.org]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookandreading.com/kids-library/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ท่าน ว.วชิรเมธี แนะนำ 5 หนังสือดีที่ชาวพุทธควรอ่าน</title>
		<link>http://www.bookandreading.com/bookforread/</link>
		<comments>http://www.bookandreading.com/bookforread/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 May 2011 11:26:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wearehappy</dc:creator>
				<category><![CDATA[นานาทัศนะ]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือดี]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือน่าอ่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookandreading.com/?p=1694</guid>
		<description><![CDATA[<br/>       การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในเมืองไทยของเราในรอบหลายปีที่ผ่านมานี้ มีการนำเอาทัศนคติ ความคิด ความเชื่อส่วนบุคคล มาปลอมปนลงไปในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วก็อ้างว่า นั่นเป็น คำสอนของพระพุทธองค์ จนเป็นเหตุให้มีผู้หลงเชื่อมากมาย ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างกว้างขวางทั้งแก่ตน แก่สังคม และแก่สถาบันศาสนา การปล่อยให้สภาพเช่นนี้ ยังคงดำรงอยู่ต่อไป ย่อมไม่เป็นผลดีต่อวิถีชีวิตของบุคคล สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว ดังนั้น เราจึงควรร่วมมือกัน นำเสนอพระพุทธศาสนาที่ถูกต้อง ตรงตามพระธรรมวินัยที่พระพุทธองค์ตรัสสอนไว้ให้คนไทยได้รู้จักกันอย่างทั่วถึง เพื่อร่วมกัน สร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้พระพุทธศาสนาเสื่อมทรุดไปมากกว่านี้ และขณะเดียวกัน ก็เป็นการช่วยกันฟื้นฟูเนื้อหาสาระที่แท้จริงของพระพุทธศาสนาให้กลับคืนมาสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืนสืบต่อไป                   การศึกษาให้รู้อย่างถูกต้องถ่องแท้ว่า พระพุทธศาสนาที่แท้ มีเนื้อหาสาระว่าอย่างไร คือ วิธีการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาที่ได้ผลดีที่สุด ด้วยเหตุนั้น ในบทความนี้ จึงขอแนะนำหนังสือดีที่ชาวพุทธควรอ่านเป็นเบื้องต้น 5 เรื่อง ซึ่งหนังสือทุกเล่ม สามารถหาซื้อตามร้านหนังสือชั้นนำ หรือตามห้องสมุดทั่วไป ดังต่อไปนี้ 1.  พระไตรปิฎก                                  พระไตรปิฎก คือ คัมภีร์ที่ประมวลหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอาไว้อย่างเป็นระบบ ครบถ้วน สมบูรณ์ที่สุด จนถึงขนาดที่กล่าวได้ว่า ตัวคัมภีร์พระไตรปิฎกเองมีสถานะเป็นดังหนึ่งองค์ พระพุทธเจ้าที่ยังทรงพระชนม์อยู่ ทั้งนี้ เพราะก่อนแต่จะเสด็จดับขันธปรินิพพาน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookandreading.com/bookforread/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

