ภาพลวงตาฤๅความจริง..เมื่อ กทม.ขอเป็นเมืองหนังสือโลก
ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้กรุงเทพมหานคร(กทม.) เตรียมที่จะเสนอตัวเองเข้าแข่งขันเพื่อคัดเลือกเป็นเมืองหนังสือโลก ในปี 2556 (World Book Capital 2013) จากยูเนสโก …แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดมุ่งหมายนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แน่ เพราะการที่จะทำให้คนกรุงเทพฯทั้งหมดหันมาใส่ใจ มีวัฒนธรรมในการอ่านกันทั่วบ้านทั่วเมืองแบบพลิกฝ่ามือคงทำได้ยากยิ่ง แต่เมื่อวันนี้มหานคร กทม.ชูมือขอเข้าชิงรางวัลนี้ ก็คงต้องมาดูกันชัดๆ ว่า เมืองหลวงแห่งนี้มีดีอย่างไร จึงกล้าท้าชิงผู้ครองตำแหน่งเมืองหนังสือโลกในปี 2556 ทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯกทม.ในฐานะผู้รับผิดชอบหลัก กล่าวว่า กทม.จะขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์ดังต่อไปนี้ คือ 1. การสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน NGO และจัดทำโฆษณาเพื่อเผยแพร่กิจกรรมต่างๆ 2.จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านตลอดทั้งปี เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ 3.การเพิ่มพื้นที่ในการอ่านหนังสือทั้งการปรับปรุงพื้นที่เดิมให้น่าสนใจเพื่อให้คนเข้าไปใช้บริการมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็จัดหาพื้นที่ใหม่เพื่อให้สามารถอ่านได้ทุกที่ทุกมุม ซึ่งจะเป็นการเน้นการทำความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) กับภาคเอกชน เช่น ที่สถานีรถไฟฟ้า รถเมล์ รถแท็กซี่ โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล หรือแม้แต่ร้านทำผม กทม.ก็จะเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน 4.ร่วมมือเครือข่ายภาคี โดยตั้งศูนย์ประสานงาน เพื่อวิจัยและสนับสนุน อย่างไรก็ตาม กทม.ยังมีแนวนโยบายที่จะลดภาษีป้ายให้บริษัท ห้างร้านต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการอ่านเพื่อช่วยลดต้นทุนในการผลิตเหมือนเช่นที่ประเทศอื่นๆ ซึ่งจะทำให้หนังสือมีราคาถูกลง



