“เมื่อจะเริ่มทำโครงการฯ “ชวนอ่านหนังสือดี  เปิดพื้นที่การเรียนรู้ "  

ผู้บันทึก สรวงธร นาวาผล

 
 

    
เมื่อคิดจะทำอะไรสักอย่างใครจะเป็นแบบนี้หรือเปล่าที่มักจะถามตนเองว่า

“สิ่งนั้นหรือสิ่งนี้ที่จะทำจะ สนุกไหมนะ?” คำว่า “สนุก” ในที่นี้หมายความว่า
“น่าสนใจหรือไม่”
“น่าค้นหาอะไร”
“ทำแล้วมีความสุขหรือสบายใจหรือเปล่า”
“ผู้ได้รับผลประโยชน์เป็นใคร”
“ทำแล้วจะเป็นงานต่อเนื่องจนได้เห็นผลหรือไม่”
“ทำแล้วเติมเต็มแก่ผู้ขาดแคลนอย่างไร”
“งานที่ทำเอื้อต่อการเข้าถึงทรัพยากรของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสแค่ไหน”
ฯลฯ

คำว่า “สนุก”ที่ใช้อาจเป็นความหมายเฉพาะตัวที่ห่างไกลจากความหมายที่ควรจะเป็นไปมากแต่สำหรับตนเองแล้วหมายความตามที่บอกไปจริงๆ
จึงทำให้คิดมากเมื่อจะสนุกกับอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่ไม่เพียงแค่นั้น เมื่อคิดว่า “สนุก” และตัดสินใจว่าจะลงมือทำ ก็ใช่ว่าเรื่องจะจบแค่นั้น ยังคิดต่อไปอีกว่า
คนอื่นจะสนุกกับเราไหม (หลายเรื่องที่เราทำเพราะคิดว่าควรจะเป็นแต่เราไม่ได้เห็นว่าต้องเป็นจริงๆอย่างนั้น)  งานจะได้ตามที่คนเองคาดหวังไหม

ทั้งที่กำหนดระดับความคาดหวัง หรือความพอใจไว้แล้วว่า “ดีที่สุดแค่นี้”  “ขี้เหร่ที่สุดแค่นี้” เท่านั้นก็คือว่า ได้แล้ว สำหรับตนเอง  แต่ทีนี้ ความคาดหวังของคนอื่นล่ะ ไหนจะความคาดหวังตามลายลักษณ์อักษร ไหนจะความคาดหวังที่เป็นเรื่องของอารมณ์และความรู้สึกอีกล่ะ เวลาที่มีเหตุการณ์ที่เร้าให้เกิดการคิดวนเวียน   คนเข้าใจที่อยู่รอบข้างหลายๆคนมักจะติงว่า      
“ไม่เห็นต้องคิดอะไรให้มากเรื่อง ............. วุ่นวาย..........”   บ้างก็ว่า “อย่าเอาความคาดหวังของคนอื่นมากดดันตนเอง”  บ้างก็แสดงความเข้าใจออกมาด้วยอาการดุๆแกมเบื่อหน่าย(คงเห็นว่าเป็นถี่เกินไป)ว่า “ คิดมาก  ทำๆไปเถอะเดี๋ยวก็รู้กัน" 

ถ้าเราสนุกแต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่......ก็จบข่าว(เลิกกัน)! แต่ถึงจะเป็นคนที่ติดจะชอบคิดอะไรวนๆ แต่ก็รู้จักและเข้าใจตนเองว่าเมื่อเข้าใจสิ่งที่จะทำ 
เห็นเป้าหมาย  เห็นวิธีการ และเห็นแล้วว่าจะสนุกได้หรือเรียกสั้นๆว่าเกิดอาการ “ ปิ้ง”ก็จะหาย    (ซึ่งทุกคนก็น่าจะเป็นเหมือนกันแหละเน๊าะ

เมื่อจะเริ่มทำโครงการ “ชวนอ่าหนังสือดี  เปิดพื้นที่การเรียนรู้” ก็คิดวนอยู่หลายวันเหมือนกัน  
ตอนนี้หายดีแล้ว ต่อไปจะทยอยเขียนบันทึกให้อ่านนะคะว่าโครงการนี้จะสนุกอย่างไรบ้าง ?

บันทึกเมื่ออังคารที่10  เมษายน 2550

 
กลับหน้าแรก