กระทรวงศึกษาธิการจัดงาน มหกรรมนักอ่าน ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ระหว่างวันที่ 13-17 มิถุนายนนี้ ณ อิมแพคเมืองทองธานี เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา พบกับไฮไลท์เด็ด 3 เมืองหลัก ห้องสมุดจำลอง หนังสือพูดได้ และมุมหนังสือหายาก ฯลฯ หวังสร้างไอเดียจุดกระแสให้คนไทย เห็นความสำคัญของการอ่าน คาดมีผู้เข้าร่วมชมงานวันละกว่า 50,000 คน

ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า หลังจากที่รัฐบาลได้มีนโยบายด้านการศึกษาและต้องการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ เพื่อเร่งรัดให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ชัดเจน กระทรวงศึกษาจึงกำหนดให้มีการปรับการเรียน เปลี่ยนการสอน มุ่งยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ อีกทั้งยังกำหนดโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านไว้ในมาตรการ โดยกระทรวงศึกษาฯจะจัดงาน มหกรรมนักอ่าน ขึ้น ซึ่งได้เตรียมความพร้อมสำหรับความยิ่งใหญ่ของผู้รักการอ่านที่จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 13-17 มิถุนายน 2550 นี้ ณ อาคาร 9 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ทั้งนี้ภายในงานประกอบด้วย 3 เมืองหลัก ซึ่งจะจัดแสดงตลอดช่วงงานมหกรรมฯ คือ
1.เมืองห้องสมุดสมัยใหม่ จัดนิทรรศการจำลองลักษณะเฉพาะของห้องสมุด โดยแบ่งเป็น 7 โซนอย่างชัดเจนตามลักษณะบุคคลแต่ละแบบ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นผู้นำเสนอ เช่น
1.คนวัยเรียน การบูรณาการห้องสมุดกับการเรียนการสอนในโรงเรียน นำเสนอโดย ร.ร.ฤทธิยะ วรรณาลัย
2.คนรักเรียน รูปแบบของห้องสมุดทักษะภาษาอังกฤษและคณิต วิทย์ ห้องสมุดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ นำเสนอโดย บริติช เคาน์ซิล
3.คนชอบอ่าน รูปแบบของห้องสมุดประชาชน ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ นำเสนอโดย ฝ่ายห้องสมุด สำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว กทม.
4.คนรอบรู้เรื่องเงินทอง รูปแบบของห้องสมุดด้านการเงิน-เศรษฐศาสตร์ ห้องสมุดมารวย นำเสนอ โดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
5.คนสร้างสรรค์ รูปแบบของห้องสมุดด้านศิลปะงานสร้างสรรค์ ห้องสมุดวัสดุออกแบบ นำเสนอโดย ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC
6.คนรักคุณ (ธรรม) ห้องสมุดด้านคุณธรรม นำเสนอโครงการตัวอย่างและกิจกรรมจากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาแผ่นดินเชิงคุณธรรม และ
7.คนวัยใส รูปแบบของห้องสมุดมีชีวิตและห้องสมุดมิติใหม่ ห้องสมุดมีชีวิต ที่นำเสนอโดยทีเคพาร์ค-สำนักอุทยานการเรียนรู้ เป็นต้น
2.ในส่วนของเมือง IT (ท่องโลกอินเทอร์เน็ต) นำเสนอการสร้าง และการสืบค้นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ e-book และตื่นเต้นไปกับ Talking Book หนังสือพูดและสัมผัสได้ เพื่อให้เกิดการสัมผัสและมีหูฟัง และเล่าเรื่องราวในหนังสือโดยจะเป็นประโยชน์กับผู้พิการทางสายตา และ
3.เมืองนักอ่าน (รอบรู้เรื่องการอ่าน) ที่จะมีมุมหนังสือต่างๆ ทั้งมุมนิทานไทย มุมหนังสือหายาก มุมหนังสือแนะนำ 100 หนังสือน่าอ่าน ให้ผู้อ่านได้ เพลิดเพลินตลอดทั้งงาน ส่วน เวทีกิจกรรมจะมีการนำเสนอกิจกรรมสร้างสรรค์เป็นรอบๆไป การสัมมนาในหัวข้อที่น่าสนใจ และการออกบูธจำหน่ายหนังสือดีมีคุณภาพ ที่ย่องานสัปดาห์หนังสือมาจำหน่ายในราคาพิเศษสุด
นอกจากนี้ยังมี นิทรรศการกระทรวงศึกษาธิการซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุด ที่ได้แสดงพระอัจฉริยภาพ กษัตริย์นักพัฒนาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ ที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ อาทิ พระมหาชนก ทองแดง ฯลฯ และนิทรรศการ เจ้าฟ้านักอ่าน ให้คนไทยได้ชื่นชมพระอัจฉริยภาพในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการจัดงานครั้งนี้นอกจากการสร้างนิสัยรักการอ่าน เสริมสร้างและพัฒนาทักษะการสื่อสารของเด็กแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างเครือข่ายสถาบันครอบครัว มีการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ กระบวนการและวิธีส่งเสริมนิสัยรักการอ่านแก่เด็ก เยาวชน และสร้างสังคมเรียนรู้ร่วมกันของภาครัฐและ ภาคเอกชน อีกทั้งครู อาจารย์ ยังได้ความรู้ความเข้าใจและเกิดทักษะการเรียนการสอน กระบวนการ และวิธีการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านที่หลากหลาย คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานวันละไม่น้อยกว่า 50,000 คน รมว.ศึกษาธิการกล่าว
สนับสนุนข้อมูลโดยกระทรวงศึกษาธิการ
|