กรุงเทพฯ สู่เมืองหนังสือโลก หรือคนขาหักจะลงแข่งมาราธอน?

                เป็นที่วิจารณ์กันมาพักหนึ่งแล้ว สำหรับโครงการของกกทม.ที่ต้องการจะผลักดัน กรุงเทพฯให้เข้าชิงการเป็น World Book Capital หรือเมืองหนังสือโลก ในปีค.ศ.2013ของยูเนสโก ด้วยงบกว่า 280 ล้านบาท             จะว่าไปก็เป็นเจตนาที่ดีต่อสถานการณ์การอ่านไทย ที่รู้ๆ กันอยู่ว่าอ่อนแอแค่ไหน  แต่เพราะหลายๆอย่างเริ่มนำเสนอ  โดยเพราะแบบแผน มหานครแห่งการอ่าน ที่ล่าสุดก็พึ่งจะจัดงาน สมัชชาการอ่าน ซึ่งมีหลายองค์กรเข้าร่วมโดยเฉพาะครูจากโรงเรียนต่างๆ  โดยบอกว่าจะนำประเด็นจากการหารือนำเสนอต่อยูเนสโก             ประเด็นทั้งหลายเริ่มจะแปร่งๆ อาทิ เน้นไปยังสถานที่ห้องสมุดว่าควรจะสะอาดสวยงาม,การตั้งห้องสมุดตามห้างสรรพสินค้าด้วนโมเดลแบบ “ ที่เคปาร์ค ” ซึ่งต้องจ่ายค่าเช่าปีละหลายๆล้าน

Read Users' Comments (1)

World Book Capital 2

World Book Capital  (เมืองหนังสือของโลก) เป็นรางวัลเกียรติยศที่จัดขึ้นโดยองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO = ยูเนสโก)   UNESCO จะให้รางวัลนี้ปีละเมือง โดยเมืองที่จะสมัครเข้าแข่งขันจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังนี้

Read Users' Comments (0)

เมืองหนังสือโลก คืออะไร?

           เริ่มจากตั้งแต่ปีพ.ศ. 2544 ยูเนสโกได้มอบรางวัลแห่งเกียรติยศ “เมืองหนังสือโลก” หรือ “World Book Capital” แก่เมืองที่ได้รับการคัดเลือกเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการ เพียงปีละหนึ่งเมือง ในฐานะที่เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้และส่งเสริมการอ่าน เพื่อกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ด้วยหนังสือใน ระดับนานาชาติ ให้สอดคล้องกับการเฉลิมฉลองให้วันที่ 23 เมษายนของทุกปีเป็น “วันหนังสือและลิขสิทธิ์โลก” ( World Book and Copyright Day) ด้วยเหตุผลที่ว่า หนังสือ คือ สิ่งที่มีพลังอำนาจสูงสุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ในการกระจายความรู้และรักษาไว้ซึ่งความรู้นั้นๆเพื่อมนุษยชาติ ยูเนสโกต้องการให้ทั่วทั้งโลกส่งเสริมให้เกิดการอ่าน การจัดพิมพ์หนังสือ และการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาผ่านความคุ้มครองด้านลิขสิทธิ์

Read Users' Comments (0)

เปลี่ยนกรุงเทพฯ เป็นเมืองหนังสือ

“อยากฉลาดต้องอ่านหนังสือเยอะๆ”              เป็นคำพูดที่ติดปากคนไทยมานานแสนนาน แต่ดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่เคยเกิดขึ้นจริงในดินแดนแห่งนี้              เห็นได้จากดัชนีการอ่านหนังสือของคนไทย ปี 2553 ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแถลงออกมา พบว่าคนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ย 94 นาทีต่อวันเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่น้อยมากๆ

Read Users' Comments (1)

ภาษาอินเทอร์เน็ต ‘วิบัติ’ หรือ ‘วิวัฒน์’

เรื่องแนวโน้มของการใช้ภาษาไทยแบบ “อิสระ” เพื่อแสดงออกถึงตัวตนหรือสภาวะต่าง ๆ ทางอารมณ์ หรือ กลบความไม่รู้ของผู้ใช้นั้น เหตุการณ์เช่นนี้ถือว่าพัฒนาภาษาหรือทำให้ภาษาวิบัติ ย่อมขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแต่ละคน บ้างก็ว่าเป็นศิลปะในการใช้ภาษา บ้างก็ว่าเป็นการทำให้เรียบง่าย เข้ากับตนเอง เข้ากับกลุ่ม ชมรม หรือสังคมของตน เข้ากับกาลเทศะ ว่าเป็นภาษาพูด ภาษาเขียน     ในมุมมองของวงการไอที การใช้ภาษานั้นเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญอย่างหนึ่งซึ่งเป็นฐานรากของการต่อยอดในหลาย ๆ วงการ เทคโนโลยีที่ว่าก็คือเรื่องของการค้นคืนสารสนเทศ เช่นการค้นคืนเอกสาร ข้อความ ที่เก็บไว้ในฐานข้อมูลหรือเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาศัยการเปรียบเทียบแบบจำลองข้อมูลที่แทนภาษาที่เราใช้ในการสื่อสาร แปลงออกมาเป็นค่าคะแนนความคล้าย เพื่อระบุข้อมูล หรือเอกสารที่ใกล้กับสิ่งที่เราต้องการค้นหาออกมาจากแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่    

Read Users' Comments (3)

สมัชชาการอ่านเพื่อรณรงค์ให้กรุงเทพมหานครเป็นมหานครแห่งการอ่าน

นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานปิดงานสมัชชาการอ่านเพื่อรณรงค์ให้กรุงเทพมหานครเป็นมหานครแห่งการอ่าน และรับข้อเสนอแนะจากกลุ่มสมัชชาการอ่าน โดยมีนายสมศักดิ์ จันทวัฒนา ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กลุ่มสมัชชาการอ่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมงา............. read more >>

Read Users' Comments (0)