หนังสือ 10 เล่มที่ผู้ใหญ่ควรอ่านในวันเด็ก
กินเวลาหลายสิบปีมาแล้ว ที่เรามีแต่คำขวัญวันเด็ก เป็นแนวทางให้เด็กปฏิบัติในทุกๆ ปี แต่ไม่ค่อยปรากฏคำขวัญสำหรับผู้ใหญ่ที่พึงปฏิบัติต่อเด็กในทุกๆ ปีบ้าง เด็กจึงตกอยู่ในสภาพ ?ผู้ถูกกระทำ? มากกว่าจะได้ริเริ่มทำตามคำขวัญ เพราะเป็นที่รู้ๆ กันว่า วัยเด็กเป็นวัยที่ต้องการต้นแบบ เบ้าหลอม ต้องมีพ่อแม่และครอบครัวนำทาง ดังนั้น วันเด็กในปีนี้ (ซึ่งจะมาถึงแล้วในวันพรุ่งนี้) จึงมีหนังสือ 10 เล่มมานำเสนอ และอยากให้ผู้ใหญ่ได้อ่านเป็นการบ้านวันเด็ก
? ? ?
? ? ? 1. ความลับของทะเล : เรืองรอง รุ่งรัศมี แปลจากบทกวีภาษาจีนของนักเรียนโรงเรียนประถมไห่ป่าว
? ? ? ถ้านับเป็นการบ้าน หนังสือเล่มถือนี้เป็นการบ้านที่รื่นรมย์ของผู้ใหญ่ เพราะภายในบรรจุไว้ด้วยบทกวีของเด็กๆ ที่น่ารัก เศร้า ช่างคิด และอีกสารพัดอารมณ์ หนังสือเล่มนี้จะมีคุณูปการต่อผู้ (ใหญ่ที่) อ่าน ตรงที่สามารถเติมความรื่นรมย์แบบเรียบง่าย แง่คิดคมคายที่ปลอดพ้นจากเงื่อนไขอันซับซ้อน ชื่อหนังสือมาจากบทกวีของเด็กหญิงหลี เหม่ย ฮุ่ย ชั้น ป.4 ก ที่บอกว่า คุณย่าพูดเสมอๆ ว่า
? ? ? ?ถ้าหากกลัดกลุ้มใจ
? ? ? เพียงไปที่ทะเล
? ? ? บอกเล่าให้ทะเลฟัง
? ? ? เรื่องกลุ้มใจของเธอก็จะค่อยๆ ลดน้อยลง?
? ? ? ดังนั้นทั้งเล่มจึงเป็นความในใจของเด็กๆ ซึ่งหากไม่มีเวทีนี้กระตุ้น พวกเขาอาจเก็บเป็นความลับในใจ ไม่ไปบอกกับใคร…แม้แต่ทะเล
? ? ? บทกวีทั้งหมดคือพลังที่ซ่อนเร้นของเด็กๆ เป็นศักยภาพที่จะทำให้คุณเห็นค่าของพวกเขามากขึ้น โดยไม่ใช้ เกรดเฉลี่ย เป็นตัวตัดสิน ไม่เพียงรอยยิ้ม หยดน้ำตา และความรื่นรมย์ใจเท่านั้นที่หนังสือจะมอบให้ แต่มันคือหินขัดที่จะถูทัศนคติที่ผิดๆ ต่อการปั้นแต่งเด็กในสมองของผู้ใหญ่ให้บางลง
? ? ? และพวกเขาจะฉลาดขึ้น!!
? ? ?
? ? ? 2. โลกไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม : จิตกร บุษบา
? ? ? เรื่องเล่าจากโรงเรียนศิลปะแห่งหนึ่งซึ่งแก่นสาระสำคัญไม่ต่างไปจาก ความลับของทะเล เลย คือศักยภาพของเด็กๆ มีหลายด้าน หลายทาง หลายอย่าง หลายมิติ พ่อแม่จึงควรทำความเข้าใจ ให้ความรัก และมองลูกของตัวเองให้ออกถึงเหลี่ยมคมพิเศษที่ลูกๆ มี อย่าใช่เพียงค่านิยมดาษดื่นของสังคมทุนนิยมและบริโภคนิยมมาปั้นแต่งลูก เพราะนั่นอาจเป็นการเจียระไนที่ผิดเหลี่ยม
? ? ? หนังสือเล่มนี้มีอารมณ์ขันนำหน้า สิ่งที่ต้องฉุกคิดและลงมือทำเพื่อเด็กๆ ไล่หลังมาติดๆ และล้อมกรอบเล็กๆ แทรกความรู้ในการดูแลและเข้าใจเด็กไว้เป็นระยะๆ เป็นการบ้านที่ทั้งอ่านเพลิดและให้บทเรียน
? ? ?
? ? ? 3. วิธีเลี้ยงลูกให้เก่ง ดี และมีความสุข : ศ. ดร. นายแพทย์วิทยา นาควัชระ
? ? ? สำหรับนักนิยม ?คิวๆ? ทั้งหลาย หนังสือเล่มนี้ให้ความรู้ครบด้านเกี่ยวกับไอคิว อีคิว เอ็มคิว และเอคิว อันเป็นทักษะทั้งหมดที่เด็กๆ ควรได้รับ เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข มีคุณภาพ และมีคุณค่าในอนาคต แม้เนื้อหาจะเป็นไปในเชิงวิชาการ แต่ผู้เขียนก็ช่วยย่อยเสียจนง่าย จับใจ และนำไปใช้ได้ทันที
? ? ?
? ? ? 4. พาลูกค้นหาความนับถือตัวเอง : ศ. แพทย์หญิงอุมาพร ตรังคสมบัติ
? ? ? หนังสือที่จะบอกแก่ผู้ใหญ่ทุกคนว่า สิ่งหนึ่งที่พึงหยิบยื่นหรือส่งเสริมให้แก่เด็กๆ คือ ความนับถือตัวเอง เด็กจะดีได้ ไม่ใช่ด้วยการที่พ่อแม่บอกว่าเขาเป็นคนเลว เด็กจะเก่งได้ ไม่ใช่ด้วยการที่พ่อแม่บอกว่าเขาเป็นคนไม่เข้าท่า เด็กจะฉลาดได้ ไม่ใช่ด้วยการที่พ่อแม่บอกว่าเขาเป็นคนโง่ พ่อแม่และผู้ใหญ่ทุกคนมีหน้าที่ส่งเสริมให้เด็กๆ มีความเชื่อมั่นต่อตนเอง ผู้คน สังคม และชีวิต ภาคภูมิใจในตนเอง และมีความแข็งแกร่งในชีวิต นอกเหนือจากเรื่องในเชิงวิชาการซึ่งอ่านง่าย เป็นขั้นเป็นตอน และนำไปใช้ได้กับเด็กๆ ไล่มาตั้งแต่วัยทารกจนกระทั่งถึงวัยรุ่นแล้ว ยังมีประสบการณ์ตรงในการพาลูกชายไปปีนเขาเอเวอเรสต์ของคุณหมอและสามีด้วย นั่นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวลูกอย่างใหญ่หลวง หนังสือเล่มนี้เป็นการบ้านชั้นดีของพ่อแม่ที่ชอบกะเกณฑ์ลูกให้เป็นอย่างโน้นอย่างนี้ พวกเขาสมควรจะรู้ว่า ความสุขและความสำเร็จของเด็กทุกคน ล้วนเกิดจากการที่เขาภาคภูมิใจในตนเองและบุคคลแวดล้อม นับถือตัวเองและนับถือทุกคนในโลก การสร้างความนับถือตนเองให้ลูกวันนี้ เท่ากับสร้างเกราะป้องกันลูกจากปัญหามากมายในวันข้างหน้า (เนื่องจากเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2543 หากหาตามร้านทั่วไปไม่พบ โปรดติดต่อที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาครอบครัว โทร. 0-650-2962)
? ? ?
? ? ? 5. คุณก็ทำได้ : ปริญญา ตันสกุล
? ? ? เป็นหนังสือเล่มที่อ่านง่ายที่สุดในบรรดาหนังสือทุกเล่มของผู้เขียนท่านนี้ และบอกถึงสิ่งดีๆ ที่คนทุกคนต้องเรียนรู้และปฏิบัติ เพื่อการดำรงอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีระเบียบ มีคุณภาพ และมีความหมาย อ.ปริญญา เขียนไล่ตั้งแต่หลักแห่งการเป็นคน การสร้างตน การสร้างครอบครัว การสร้างสังคมที่มีคุณภาพ การทำงานให้มีประสิทธิภาพ การสร้างอารมณ์คุณภาพ ไปจนถึงการปรับแต่งจิตวิญญาณให้ละเอียดประณีต นับเป็นผลรวมของหลักแห่งจิตวิทยา ศาสนา ปรัชญา ไปจนถึงอภิปรัชญาที่ช่างจับใจและเข้าใจไม่ยากเลย การบ้านที่ท่านต้องอ่านเล่มนี้จะทำให้ท่านเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ใหญ่สมบูรณ์ ไม่ใช่ผู้ใหญ่แต่นิสัยเด็กๆ คือพร่องวุฒิภาวะอยู่ร่ำไป และไม่เคยเติบโตอย่างแท้จริง
? ? ?
? ? ? 6. 36 ยอดกตัญญู : ฤดี สานธรรม
? ? ? เป็นหนังสือที่รื่นรมย์มาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชอบศึกษาชีวิตคน และเป็นชีวิตคนในประวัติศาสตร์จีน ต้องไม่ลืมว่าปรัชญาอันเป็นรากฐานสำคัญในการก่อร่างสร้างอารยธรรมจีนคือปรัชญาขงจื๊อ ซึ่งเน้นหนักไม่น้อยเรื่องการสร้างคนและสร้างครอบครัว เล่มนี้ฤดี สานธรรม ใช้วิธีเล่าถึงคุณธรรมในวิถีชีวิตของบุคคลซึ่งมีความสำคัญและยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์จีนจำนวน 36 ท่าน สะท้อนถึงการเลี้ยงดูทั้งที่ผิดและถูก พร่อง พอดี ไปจนถึงล้นเกิน นั่นคือสติที่ผู้อ่านจะได้รับ และย้อนกลับมาทบทวนตนเองต่อการเลี้ยงดูลูก ที่สนุกคือข้อคิดชวนคุยแนบท้ายเรื่องทุกเรื่อง ผู้เขียนใช้วิธีคุยกับเด็กๆ จึงเหมาะมากที่จะใช้เป็นหนังสือประเทืองใจและปรับแต่งครอบครัวให้มีสายใยแน่นแฟ้น
? ? ?
? ? ? 7.วันที่บ้านมีชีวิต : วดีลดา เพียงศิริ, ภิมุข สิมะโรจน์, ฏสภิตนภา ทัพพะรังสี, ศิเรมอร อุณหธูป, สุมิตรา จันทร์เงา, ธีรเดช วงศ์พัวพัน, ธนาคม พจนาพิทักษ์, ชลัมพุ ณ ชเลลำ ฯลฯ
? ? ?
? ? ? เป็นหนังสือที่ตัวหนังสือมีชีวิตสมชื่อ แนวทางการเล่าเรื่องง่ายๆ จากแง่มุมของคนเป็นลูก เป็นพ่อ เป็นแม่ ทำให้เราเห็นมิติของความเป็นครอบครัวที่หลากหลายขึ้น และอาจคิดอะไรได้มากขึ้นในสิ่งที่เราประพฤติปฏิบัติ เชื่อ และลงมือลงแรงทำอยู่ในทุกวันนี้ บ้านมิใช้อาคารที่คอยปกป้องแดดฝน หากแต่การอยู่ร่วมกันของคนต่างหากที่ทำให้บ้านเป็นบ้าน อบอุ่น ปลอดภัย ไม่ร้อนไม่หนาว ความเล็กใหญ่ของอาคารไม่สำคัญเท่าจิตวิญญาณและความรู้สึก ตลอดจนวิธีการอยู่ร่วมกันของสมาชิกทุกคนในบ้าน หนังสือเล่มนี้สะท้อนเรื่องราวของบ้านที่เป็นบ้านได้ครบทุกรส ทุกอารมณ์ และเต็มไปด้วยคมความคิด
? ? ?
? ? ? 8. พ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ บุตรที่ประเสริฐสุด : พุทธทาสภิกขุ
? ? ? สาระธรรมของท่านพุทธทาสไม่เคยตัดขาดจากสาระโลก เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้จึงบอกเล่าอย่างเมตตาปรานี บอกวิธีการเป็นพ่อแม่ที่ถูกต้องเหมาะควร และในทางกลับกันก็บอกสาระของการเป็นลูกที่ถูกที่ควรด้วย นอกจากนี้ยังได้บอกวิธีในการปรับเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างบทบาทของกันและกัน ให้สติ ให้แนวปฏิบัติ-ปริยัติเต็มเปี่ยม ผ่านภาษาง่ายๆ ทำให้ธรรมะของท่านไม่ออกอาการฝาดขม ที่น่าชื่นชมอีกประการหนึ่งของหนังสือเล่มนี้คือ ท่านบอกสาระของความเป็นคน คนที่ต้องอยู่ร่วมกันในโลก โลกที่เหมือนบ้านและทุกคนทุกท่านคือครอบครัวเดียวกัน
? ? ?
? ? ? 9.สุสานใต้ดวงดาว : เอส.พี.สมเถา
? ? ? นวนิยายที่ได้รับการยกย่องจากสมาคมห้องสมุดอเมริกันว่าเป็นนวนิยายยอดเยี่ยมเพื่อเยาวชน และเด็กมัธยมศึกษาทั่วสหรัฐยกย่องให้เป็นหนังสือในดวงใจ นี่เป็นงานเขียนของนักเขียนไทยที่ระบือระบิลมาก สมเถาใช้ปรัชญาพุทธสอดแทรกผ่านเรื่องเล่าของครอบครัวที่พ่อแม่ยังติดยึดกับระเบียบชีวิตแบบบุปผาชน ค้นหาและวุ่นวายอยู่กับ ทาง ของชีวิต จนลืมคิดที่จะ นำทาง ให้แก่ลูกชายทั้งสอง วันหนึ่งลูกชายคนโตซึ่งทั้งเรียนเก่ง หน้าตาดี และมีความมั่นใจในตัวเองใช้ปืนยิงตัวตาย ตายจากไปท่ามกลางความฉงนของน้องชายซึ่งพร่องคุณสมบัติเกือบจะทุกด้านหากเปรียบเทียบกับพี่ เขาจึงสับสนว่าจะอยู่ในโลกนี้ต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อพ่อแม่ก็ไม่เอาไหน พี่ชายก็คิดสั้น เขาจึงออกเดินทางสืบหาความจริงว่าทำไมพี่ชายจึงฆ่าตัวตาย การเดินทางครั้งนั้นทำให้เขาค้นพบตัวเอง ค้นพบความจริงของชีวิต เข้าใจพี่ชาย และเข้าใจพ่อแม่ด้วย เล่มนี้พ่อแม่อ่านคงสะดุ้งสะเทือนหลายอย่าง และเด็กๆ อ่าน คงให้อภัยและเข้าใจความไม่สมประกอบบ้างของเส้นทางที่พ่อและแม่เดินนำ นับเป็น ทางสายกลาง ซึ่งประนีประนอมได้อย่างซาบซึ้ง สมเหตุสมผล และถือเป็นนิยายที่ให้อารมณ์สะเทือนใจสูง และอบอุ่นอย่างยิ่งในตอนจบ
? ? ?
? ? ? 10.ความรู้ในมือของความรัก : เบอร์ทรันด์ รัสเซล, น.พ.สันต์ หัตถีรัตน์-แปล
? ? ? แด่พ่อแม่ที่มักผลักไสลูกๆ ไปไว้ในโรงเรียนกวดวิชาและบ้าเกรด หนังสือเล่มนี้จะปล่อยเด็กๆ ที่ต้องตกเป็นทาสความบ้าระห่ำของผู้ใหญ่ให้เป็นไทต่อระบบการศึกษาเฮงซวย การศึกษาที่ไม่ช่วยให้พวกเขาเข้าใจโลกและเกิดทักษะใดๆ ในชีวิตประจำวันเลย นอกจากความรู้ในทางวิชาการ ทฤษฎี และมีเรื่องที่ต้องจดจำเพื่อไปทำข้อสอบจนหน่วยความจำในสมองแทบไม่เหลือที่ว่างให้จินตนาการ ความสุข การรู้จักและเข้าใจในความเป็นจริงของชีวิต ละทักษะอื่นๆ ที่เด็กๆ ควรได้รับด้วย หากคุณรู้จักจัดระบบการศึกษาที่สร้างมาจากหัวใจที่เปี่ยมรัก เด็กๆ คงอยากเดินเข้าโรงเรียนมากขึ้น และรีบรุดกลับบ้านด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า ไม่ต้องไปเที่ยวหากิ๊กแก้เหงา เข้าม่านรูด ดูดบุหรี่ ตีกัน และอีกาสารพันปัญหา
? ? ?
? ? ? ห้ามใช้ข้ออ้างเรื่องการไม่มีเวลาแล้วปฏิเสธโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง โดยการหยิบยืมหรือตระหนักซึ้งกับข้อคิดข้อเขียนของหนังสือเหล่านี้ ไม่มีเวลาให้กับตัวเองไม่เป็นไร แต่ต้องใช้เวลาในการอ่านหนังสือเหล่านี้บ้างเพื่อลูก?
??????
ที่มา??หนังสือ 10 เล่ม




Related topic:
Leave a Reply